กฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์
จาก ThaiPoliticsGovernment
สาระสำคัญของกฎหมายทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. ๒๔๗๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉะบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๔ และ (ฉะบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๑ มีสาระสำคัญเป็นการจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ โดยแบ่งทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ออกเป็น ๓ ประเภท คือ
๑.ทรัพย์สินส่วนพระองค์ เป็นทรัพย์สินที่เป็นของพระมหากษัตริย์อยู่แล้วก่อนเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ หรือทรัพย์สินที่รัฐทูลเกล้าฯ ถวาย หรือทรัพย์สินที่ทรงได้มาไม่ว่าในทางใดและเวลาใด นอกจากที่ได้มาในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ให้รวมถึงดอกผลที่เกิดจากทรัพย์สินเช่นว่านั้นด้วย
๒.ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ซึ่งใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นต้นว่า พระราชวัง และ
๓.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์นอกจากทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินส่วนสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน
กรณีทรัพย์สินส่วนพระองค์ การดูแลรักษาและการจัดหาผลประโยชน์กฎหมายกำหนดให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยโดยจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นผู้ดำเนินการก็ได้ แล้วให้นายกรัฐมนตรีประกาศการแต่งตั้งนั้นในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบทั่วกันและเป็นการป้องกันมิให้มีผู้ใดนำไปแอบอ้างได้ และในกรณีทั้งปวงเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนพระองค์นี้ เช่น การทำนิติกรรมสัญญา การฟ้องร้องต่อสู้คดี ห้ามมิให้ระบุพระปรมาภิไธยหรือข้อความใดๆ อันแสดงหรืออนุมานได้ว่าพระมหากษัตริย์เป็นคู่กรณีหรือคู่ความ แต่ให้ใช้ชื่อบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งและต่อท้วยด้วยคำว่า “ผู้จัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์” เท่านั้น
สำหรับทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดินและทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในส่วนที่เป็นเครื่องอุปโภคบริโภค ให้อยู่ในความดูแลรักษาของสำนักพระราชวัง แต่หากกรณีเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นอกเหนือจากในส่วนที่เป็นเครื่องอุปโภคบริโภคนั้น กฎหมายกำหนดให้จัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ขึ้นเป็นนิติบุคคล ทำหน้าที่ดูแลและจัดหาผลประโยชน์ มีคณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ดูแลกิจการโดยทั่วไปของสำนักงานอันประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่า ๔ คน ซึ่งพระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้ง และในจำนวนนี้ จะได้ทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาและจัดหาผลประโยชน์ ตลอดจนลงชื่อผูกพันสำนักงานแต่การจัดการบางเรื่องก็ต้องได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน
กฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. ๒๔๗๙
ประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการ
ในสมัยโบราณ จะมีความสับสนอยู่มากเกี่ยวกับทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์เพราะไม่มีการจำแนกว่าสิ่งใดเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สิ่งใดเป็นพระราชทรัพย์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ (ผู้ที่ได้รับราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์มีสิทธิใช้สอยได้) และสิ่งใดเป็นสินของแผ่นดิน
ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง การจัดทรัพย์สินของแผ่นดินและทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ อาจแยกได้ออกเป็น ๓ ประเภท คือประเภทแรกทรัพย์สินที่เป็นของแผ่นดินเป็นส่วนร่วม ซึ่งเป็นส่วนของ “พระคลังมหาสมบัติ” ประเภทที่สอง ทรัพย์สินที่เป็นของพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นส่วนของ “พระคลังข้างที่” และประเภทที่สาม ทรัพย์สินส่วนพระองค์ของมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ ซึ่งการแยกการจัดการทรัพย์สินดังกล่าวนี้ เป็นแต่เพียงการแยกการจัดการในส่วนของการดูแลรักษาเท่านั้น พระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย่อมจะทรงมีพระบรมราชโองการเกี่ยวกับการจำหน่าย จ่าย โอนทรัพย์สินทั้งหลายประการใดๆ ก็ได้ตามพระราชอัธยาศัย ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทรัพย์สินของแผ่นดินอันเป็นรายได้ของรัฐได้แยกเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์และทรัพย์สินส่วนพระองค์
ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติว่าด้วยการยกเว้นภาษีอากาอันเกี่ยวแก่ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗๔๘ เพื่อแบ่งแยกทรัพย์สินส่วนพระองค์ออกจากทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พระราชบัญญัติฉบับนี้มีสาระสำคัญเป็นการจำแนกทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ออกเป็น ๒ ประเภท คือ ทรัพย์สินส่วนพระองค์ ซึ่งต้องเสียภาษีอากร และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีอากร โดยรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อดำเนินการพิจารณาแบ่งแยกทรัพ์ย์สินว่าทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์หรือทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๘๐ ได้มีการตราพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช ๒๔๗๙๔๙ ขึ้นอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งวางระเบียบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ชัดเจนขึ้นเป็นอันมาก อีกทั้งกำหนดวิธีการจัดการทรัพย์สินเป็นระเบียบแบบแผนยิ่งขึ้น พระราชบัญญัติฉบับนี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกสองครั้ง คือ พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ (ฉะบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๔๕๐ และพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหา กษัตริย์ย์ (ฉะบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๑๕๑
โดยที่เมื่อพิจารณาเนื้อหาตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติว่าด้วยการยกเว้นภาษีอากรอันเกี่ยวแก่ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗ แล้วจะเห็นได้ว่า บทบัญญัติในพระราชบัญญัติว่าด้วยการยกเว้นภาษีอากรอันเกี่ยวแก่ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ฯ นั้น มับัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ฯ เมื่อในมาตรา ๓ ของพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ฯ กำหนดว่า ให้ยกเลิกบรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ดังนั้น พระราชบัญญัติว่าด้วยการยกเว้นภาษีอากรอันเกี่ยวแก่ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ฯ จึงสิ้นผลบังคับใช้ต่อไป
| หน้าหลัก | กฎหมายเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ |
|---|
