โครงการพัฒนาวิทยากรในการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชน
จาก ThaiPoliticsGovernment
สรุปเนื้อหาโครงการพัฒนาวิทยากรในการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชน
วันจันทร์ที่ ๒๑ – วันพุธที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ณ สำนักผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการที่ ๑๒ จ.ยะลา
นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการที่ ๑๒ กล่าวต้อนรับ
ยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มากล่าวต้อนรับและเปิดโครงการพัฒนาวิทยากรในการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชน การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมตามรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.๒๕๕๐ ตลอดจนการเสนอความต้องการของประชาชนต่อการปกครองและการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาของชุมชนเองในปัจจุบันยังไม่เพียงพอและยังไม่มีพลังพอที่จะผลักดันความคิดให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมอันจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริง
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษาสามารถเป็นผู้ขยายผลความรู้ทักษะด้านกระบวนการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และการสร้างฉันทามติในการแก้ไขปัญหาของชุมชนแก่เยาวชนในสถานศึกษา ซึ่งเมื่อเยาวชนมีความรู้และทักษะดังกล่าวแล้วก็จะส่งผลให้เยาวชนสามารถแก้ไขปัญหาของชุมชนตนเองได้ และนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนต่อไป
“การมีส่วนร่วมของประชาชน” โดย พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการ สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า
ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติระบุว่าพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่ประชาชนมีการมีส่วนร่วมสูงมาก โดยภาคประชาชน ทั้งที่ภาครัฐเองอาจยังไม่เปิดโอกาสหรือเอื้ออำนวยให้เกิดการมีส่วนร่วมในพื้นที่เท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะประชาชนในภาคใต้มีจุดแข็งคือสนใจเรื่องการเมือง โดยเห็นได้จากการที่คนในภาคใต้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าร้อยละ ๗๐
รัฐธรรมนูฐฉบับปัจจุบันมีอยู่หลายมาตราที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมในการปกครอง ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในทางการเมืองหรือตัดสินใจเรื่องต่างๆในชุมชนของตนเอง
มาตรา ๔๗ พูดถึงการมีส่วนร่วมในการดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ เช่น การจัดตั้งวิทยุชุมชน
มาตรา ๖๖ ระบุว่าประชาชนมีสิทธิที่จะรวมกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ในการอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ ทั้งนี้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นในจังหวัดภาคใต้นั้นดำรงอยู่มายาวนานกว่าพันปี จึงมีภูมิปํญญาท้องถิ่นอยู่เป็นจำนวนมาก คนในพื้นที่ภาคใต้นี้จึงควรที่จะมีสิทธิในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งเหล่านี้อย่างแท้จริง
มาตรา ๖๗ ระบุว่าประชาชนมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ซึ่งน่าดีใจว่าในพื้นที่ภาคใต้มีการทำลายป่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆของประเทศ
มาตรา ๗๘ จัดระบบงานราชการและงานของรัฐอย่างอื่น เพื่อให้การจัดทำและการให้บริการสาธารณะเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน
นอกจากนี้ในรัฐธรรมนูญยังได้ระบุว่าภาครัฐจะต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน อีกทั้งยังมีสิทธิที่ฟ้องหน่วยงานภาครัฐในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ แต่อย่างไรก็ตาม สิทธิต้องมาควบคู่กับหน้าที่ด้วย มิใช่จะมุ่งแต่เรียกร้องถึงสิทธิแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง
การศึกษาไทยยังคงเป็นการพัฒนาไปสู่จุดจบ เนื่องจากแต่ละมหาวิทยาลัยพยายามที่จะเปิดสอนในสาขาวิชาที่มีความเหมือนกัน เป็นสาขาวิชาเดียวกัน แทนที่จะเปิดสอนวิชาเฉพาะที่ตนถนัดเพื่อพัฒนาไปสู่ความต่าง เช่น บางมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน ซึ่งน่าจะเป็นมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น กลับไปเปิดสอนวิชาการบิน ซึ่งวิชาในลักษณะนี้ อาจไม่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริง
วิถีประชาธิปไตยคืออะไร? เรานำการปกครองระบอบประชาธิปไตยมาใช้กับสังคมไทยเฉพาะในทางกายภาพ แต่กลับไม่ได้นำเอาจิตวิญญาณของความเป็นประชาธิปไตยมาด้วย ซึ่งจิตวิญญาณเหล่านี้ได้แก่ การยอมรับความแตกต่างหลากหลายทั้งทางความคิดเห็น อัตลักษณ์ และวัฒนธรรมอย่างแท้จริง โดยเปิดรับความคิดเห็นของทุกคนและใส่ใจต่อเสียงส่วนน้อยด้วย
ประชาสังคมเป็นชุมชนเอื้ออาทรที่ถักทอความสัมพันธ์ในแนวราบ แต่ไม่ปฏิเสธรัฐ โดยเป็นชุมชนที่หลากหลายทั้งเกื้อกูลและขัดแย้งอย่างมีอารยะ ทั้งนี้ ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องมีความขัดแย้ง ไม่ใช่ปลอดความขัดแย้ง แต่ไม่ควรทำให้ความขัดแย้งกลายเป็นความแตกแยก แต่ควรทำให้ความขัดแย้งดังกล่าวกลับกลายมาเป็นพลังในการสร้างสรรค์สังคม
ภาครัฐจะต้องปรับเปลี่ยนบทบาทใหม่ จากการหยิบยื่นให้ (ประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง) เป็นการสนับสนุน (ประชาชนเกี่ยวข้องตามที่ได้รับอนุญาต) และนำไปสู่การเสริมสร้างพลัง (ประชาชนร่วมตัดสินใจ) โดยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เช่น การตรวจราชการนั้น จะต้องให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการติดตามด้วย ว่ามีการตรวจราชการจริงหรือไม่ มีแผนการตรวจที่ชัดเจนหรือไม่ เป็นต้น
ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนสามารถเรียงลำดับได้ดังต่อไปนี้ คือ การให้ข้อมูลข่าวสาร – การรับฟังความคิดเห็น – การเข้าไปเกี่ยวข้อง – การร่วมมือ – การเสริมอำนาจประชาชน
การที่จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ จะต้องมีการวางแผนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม มีการวิเคราะห์ผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เลือกและใช้เทคนิคที่ให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม และสื่อสารกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมของประชาชนสามารถมีได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความเหมาะสมของสภาพสังคมวัฒนธรรม
ในหลายๆประเทศมีกฎหมายเฉพาะของท้องถิ่นที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของท้องถิ่นและสภาพสังคมของตนเอง ในขณะที่ประเทศไทยนั้นมีเพียงกฎหมายเดียว ไม่มีกฎหมายเฉพาะ ซึ่งทำให้ไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น เป็นต้น
กระบวนการสร้างสำนึกพลเมืองสำหรับเยาวชนสู่การจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชน โดย ดร.พิมล หรือตระกูล (ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันพระปกเกล้า)
โครงการสร้างสำนึกพลเมือง (Project Citizen) เป็นโครงการที่จะสอนให้เยาวชนมีความเป็นพลเมือง ได้รู้จักหลักการของประชาธิปไตย ให้ได้รู้จักว่าอะไรคือนโยบายสาธารณะ และมีวิธีอย่างไรในการแก้ไขปัญหาของชุมชนตนเอง พัฒนาให้เยาวชนเป็นนักวิจัย นักพูด นักคิด นักเขียน นักวิเคราะห์เพื่อพัฒนาชุมชนโดยปริยาย โดยจะมีขั้นตอนทั้งหมด ๖ ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
oขั้นตอนที่ ๑ ระบุปัญหาของชุมชน
oขั้นตอนที่ ๒ เลือกปัญหาเพื่อศึกษาในชั้นเรียน
oขั้นตอนที่ ๓ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่จะศึกษา ทบทวน วิเคราะห์และประเมินผลข้อมูล
oขั้นตอนที่ ๔ พัฒนาแฟ้มผลงาน
oขั้นตอนที่ ๕ แนวทางการนำเสนอแฟ้มผลงาน
oขั้นตอนที่ ๖ สะท้อนประสบการณ์การเรียนรู้
การเตรียมความเป็นพลเมืองนั้นจะต้องให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และเจตคติ ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่น มีความมุ่งมั่น และมีเหตุมีผล อันจะทำให้เป็นคนที่เก่งและมีความสามารถ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการเรียนรู้โดยการลงมือทำจริง ถกแถลง และนำเสนอผลงาน
เยาวชนจะต้องเรียนรู้ถึงทั้งสิทธิและความรับผิดชอบของตนเองว่ามีอะไรบ้าง ต้องเคารพสิทธิของผู้อื่น และต้องเคารพกฎหมายในสังคม ตลอดจนมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น
ครูนั้นเป็นผู้มีอำนาจในห้องเรียน แต่เราจะเลือกใช้อำนาจแบบใด อำนาจเหนือนักเรียน (power over) อำนาจส่งแก่นักเรียน (power to) และอำนาจร่วมกับนักเรียน (power with) การตัดสินใจในการใช้อำนาจทั้งสามแบบนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่โดยหลักแล้วควรจะใช้อำนาจร่วม เพื่อที่จะได้รับความร่วมมือจากนักเรียน
นโยบายสาธารณะคือ คำมั่นสัญญาที่รัฐบาลให้ไว้กับประชาชนว่ารัฐบาลจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร เพื่อสนองความต้องการของประชาชนในการพัฒนา ป้องกัน หรือแก้ไขปัญหาของชุมชนหรือสังคม ซึ่งนโยบายสาธารณะนี้จะใช้เป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ทั้งนี้ ประชาชนยังไม่ได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบนโยบายเหล่านี้อย่างเพียงพอ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีโครงการอบรมลักษณะนี้ขึ้นมา
แท้จริงแล้ว ทุกภาคส่วนในสังคมมีสิทธิที่จะคิด ริเริ่ม และผลักดันนโยบายสาธารณะเพื่อให้รัฐบาลได้นำไปดำเนินการได้ทั้งสิ้น ไม่จำเป็นที่จะต้องเกิดจากฝ่ายรัฐบาลหรือภาครัฐเท่านั้น
ประเด็นในการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะมี ๓ ประการ
oเพื่อทราบเนื้อหาสาระของนโยบายว่ามีอะไรบ้าง และมีรายละเอียดอย่างไร
oเพื่อสามารถสืบค้นสาเหตุหรือปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดการมีขึ้นของนโยบายสาธารณะนั้น
oเพื่อสามารถพิจารณาถึงผลกระทบของนโยบายสาธารณะที่มีต่อสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
กิจกรรมค้นหานโยบายสาธารณะ
oแจกหนังสือพิมพ์ให้แก่ผู้เข้าอบรมคนละ ๑ ฉบับเพื่อให้ค้นหานโยบายสาธารณะของรัฐบาลจากหนังสือพิมพ์ โดยแบ่งผู้เข้าอบรมออกเป็นกลุ่ม
oแจกกระดาษสีให้แต่ละคน เพื่อให้เขียนชื่อหรือหัวข้อนโยบายสาธารณะที่ค้นหามาได้ หลังจากนั้นให้นำกระดาษสีดังกล่าวไปติดที่กระดานหรือกำแพง
oให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอ โดยให้ทุกคนคอยฟังและพิจารณาด้วยว่าสิ่งที่ได้เลือกมานั้นจัดเป็นนโยบายสาธารณะหรือไม่
o“คิดว่าที่แต่ละท่านเลือกมานั้น เป็นนโยบายสาธารณะหรือไม่?”
กระบวนการการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชน (ขั้นตอนที่ ๑ การระบุปัญหาชุมชน)
โดย ดร.พิมล หรือตระกูล (ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันพระปกเกล้า)
หลักการในการเลือกปัญหาที่จะศึกษา
oปัญหาที่เลือกมา มีความสำคัญกับตัวท่านและชุมชนของท่านหรือไม่?
oภาครัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวหรือไม่?
oท่านมีข้อมูลเพียงพอที่จะศึกษาปัญหานั้นๆหรือไม่?
oมีความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวหรือไม่?
เมื่อได้ระบุปัญหาขึ้นมาหลายๆปัญหาแล้ว ให้นักเรียนได้มานั่งพูดคุยกันเพื่อเลือกปัญหาที่จะศึกษาโดยใช้ฉันทามติของกลุ่ม โดยผู้เข้าอบรมได้ยกปัญหาในชุมชนดังต่อไปนี้
oปัญหาประชาชนขาดความเข้าใจถึงหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง (การเมืองภาคประชาชน)
oปัญหาการละทิ้งสังคมเกษตรกรรม
oปัญหายาเสพติดในชุมชน
oปัญหาคอรัปชั่น
oปัญหาเด็กขาดโอกาสทางการศึกษา
oปัญหาสภาพแวดล้อมในชุมชน
oปัญหาการศึกษา
oปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล
oปัญหาการขาดคุณธรรมและจริยธรรม
oปัญหาเด็กกำพร้า
กระบวนการการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชน (ขั้นตอนที่ ๒ การเลือกปัญหาเพื่อศึกษาในชั้นเรียน) โดย ดร.พิมล หรือตระกูล (ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันพระปกเกล้า)
หลักการในการเลือกปัญหาที่จะศึกษา
oปัญหาที่เลือกมา มีความสำคัญกับตัวท่านและชุมชนของท่านหรือไม่?
oภาครัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวหรือไม่?
oท่านมีข้อมูลเพียงพอที่จะศึกษาปัญหานั้นๆหรือไม่?
oมีความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวหรือไม่?
การเลือกประเด็นปัญหาที่จะศึกษานั้นจะใช้หลักการฉันทามติเป็นหลัก ซึ่งมีความหมายคือ ข้อสรุปหรือผลของการตัดสินใจของกลุ่มที่ผ่านการพูดคุย ปรึกษา โต้แย้ง ด้วยเหตุผลและคนส่วนใหญ่ยอมรับในเหตุผลนั้นๆ
เหตุผลที่ผู้เข้ารับการอบรมได้หยิบยกขึ้นมาถกแถลงในปัญหาที่ตนมองว่ามีความสำคัญ มีดังต่อไปนี้
oปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ของเด็ก – ปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบทั้งที่เป็นต้นเหตุของทุกปัญหาในสังคม จากประสบการณ์ที่เคยเรียนที่มหาวิทยาลัย อิสลามยะลา ได้ลงพื้นที่เพื่อค้นหาปัญหาได้พบว่า ชุมชนได้เสนอปัญหาเรื่องการศึกษามาเป็นประเด็นหลักๆ
oปัญหายาเสพติด – ในพื้นที่ภาคใต้ค่อนข้างรุนแรง ยาเสพติดที่นิยมกันมากตอนนี้คือ สี่คุณร้อย หมายถึงยาเสพติดที่มีส่วนผสมของ ยาบ้าน น้ำอัดลม(โค้ก) ยาแก้ไอ และใบกระท่อม ต้องการให้รัฐนำมาเป็นนโยบายและปฏิบัติกวาดล้างอย่างจริงจัง และจริงใจในการแก้ไขปัญหา และอยากให้มีการวิจัยผลกระทบจากปัญหายาเสพติดที่มีผลต่อ สภาพสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพ เพื่อนำเสนอแก่ประชาชน
oปัญหาคุณธรรม จริยธรรม – ศาสนาทุกศาสนาล้วนแต่ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม สิ่งที่เราต้องการที่สุดคือ การเคารพ ให้เกียรติ ซึ่งเป็นที่มาของความศรัทธา ทั้งนี้ เด็กในปัจจุบันมีความก้าวร้าวมากขึ้น เพราะขาดคุณธรรมจริยธรรม
oปัญหาคอรัปชั่น – เป็นการทุจริต โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมคอรัปชั่นเชิงนโยบาย ซึ่งประชาชนไม่ทราบ
oปัญหาการละทิ้งสังคมเกษตรกรรม – เป็นปัญหาที่ที่ทำให้คนส่วนใหญ่อพยพเข้าไปทำงานในเมืองหลวง ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆมากมาย เพราะคนเหล่านั้นเป็นแรงงานราคาถูก ด้อยการศึกษา อาจจะถูกหลอก และเกิดอาชญากรรมต่างๆได้
การสร้างบรรยากาศของฉันทามตินั้นเป็นสิ่งสำคัญ อาจารย์ผู้สอนจะต้องสร้างบรรยากาศให้มีการสร้างฉันทามติได้ ทั้งนี้ อาจให้ผู้เรียนออกมาอธิบายถึงเหตุผลของการเลือกปัญหาแต่ละปัญหา เมื่อทุกคนในชั้นเรียนได้ฟังร่วมกันแล้ว จึงลงฉันทามติเพื่อเลือกปัญหาที่จะทำการศึกษา
การสร้างฉันทามติ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
oถกแถลงแต่ละปัญหา หยิบยกคำถาม นำมาโต้แย้งกัน และพิจารณาถึงหนทางปฏิบัติในการแก้ไขที่เป็นจริงได้
oหาความแตกต่างและความคล้ายคลึง ความตกลง และข้อขัดแย้งระหว่างปัญหาต่างๆ
oให้คำแนะนำในการผสมผสานปัญหาที่คล้ายคลึงกันหรือปรับปรุงแก้ไขปัญหา
oหยิบยกปัญหาใหม่ที่เกิดจากการถกแถลง
ฉันทามติในห้องเรียนได้มาจาก
oการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมให้มีการถกแถลงที่มีเหตุผลและมีแนวคิดที่ดี
oการให้นักเรียนออกความคิดเห็นที่หลากหลายและค้นหาแนวคิดที่แตกต่าง
oไม่ควรให้นักเรียนถูกชักนำโดยเพื่อนคนใดคนหนึ่ง
oมีกระบวนการในการผสมผสานความคิดที่แตกต่างกันเมื่อมีการลงฉันทามติ โดยปล่อยให้มีทั้งความ คิดที่ไม่เห็นด้วย หรือแนวคิดที่แตกต่างกัน
กระบวนการการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชน (ขั้นตอนที่ ๓ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา) โดย อ.ละเอียด สุขจิตต์ (อาจารย์ โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง)
การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่จะศึกษาในชั้นเรียน
oระบุแหล่งข้อมูล
oได้รับและบันทึกข้อมูล
oค้นคว้าถึงปัญหาในชุมชนของนักเรียน
oแหล่งข้อมูล – จากสื่ออิเล็กทรอนิคส์/ สื่อสิ่งพิมพ์/ การสัมภาษณ์/ จดหมาย
ยกตัวอย่างปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าของโรงเรียนแห่งหนึ่ง นักเรียนได้เลือกที่จะทำโครงการ ๑ โรงเรียน ๑ ป่าจากหลายๆโครงการที่ได้รับการเสนอขึ้นมา โครงการนี้ประสบความสำเร็จและกลายเป็นห้องเรียนต้นแบบในการปลูกป่า
นักเรียนได้เข้าไปค้นภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์ ซึ่งทางห้องสมุดและสำนักพิมพ์ต่างๆเช่น ลำปางนิวส์ ก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ นอกจากข่าวจากสำนักพิมพ์แล้ว นักเรียนยังได้ไปสืบค้นข้อมูลจากเว็บไซท์ต่างๆ ตลอดจนจากสื่อบันทึกภาพ และภาพข่าวจากเคเบิลทีวีท้องถิ่นด้วย
นักเรียนได้เข้าไปสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาและการแก้ไขปัญหา ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลรอบด้านมากขึ้นจากหลายๆฝ่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เช่น นักวิชาการป่าไม้ แม่ค้าในพื้นที่ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดลำปาง เป็นต้น
นักเรียนได้เหมารถไปดูงานป่าไม้ต้นแบบที่น้ำตกแจ้ซ้อน จ.ลำปาง และได้ไปสัมภาษณ์แม่ค้าในบริเวณนั้น และหัวหน้าสวนป่า ทำให้ได้รับทราบข้อมูลของผลกระทบต่อประชาชนจากการตัดไม้ทำลายป่า
ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นกำลังใจและเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นจากการรวบรวมข้อมูล
เมื่อรวบรวมข้อมูลได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะมานั่งทบทวน วิเคราะห์ และประเมินผลข้อมูล เพื่อเตรียมจัดทำรายงานกลุ่ม ซึ่งเด็กนักเรียนจะใช้เวลาในการทำงานดังกล่าวทั้งหมดนี้นอกช่วงเวลาเรียน ทั้งนี้ แต่ละกลุ่มจะมานำเสนอผลการรวบรวมข้อมูล ว่าข้อมูลที่ได้มานั้นมีความสมบูรณ์ครบถ้วนมากน้อยเพียงใด เพื่อนำข้อมูลมาร่วมกันจัดทำร่างรายงานกลุ่มต่อไป
เราจะพบว่าเด็กมักจะคิดอะไรที่ผู้ใหญ่คิดไม่ถึง เมื่อได้รับฟังการนำเสนอของนักเรียนแล้ว จะทำให้ทราบได้ว่าเด็กก็สามารถที่จะคิดและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนของตัวเองได้
ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลในส่วนของปัญหาที่เราต้องการศึกษา
oแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อค้นพบต่อสมาชิกทั้งหมด
oสมาชิกร่วมกันวิเคราะห์และประเมินผลข้อมูล ว่าได้ข้อมูลตรงประเด็นปัญหาที่กำลังศึกษา ถูกต้องตามความเป็นจริง และครบถ้วนประเด็นปัญหาที่กำลังศึกษา
oสมาชิกร่วมกันคัดเลือกและสรุปข้อมูลที่ควรนำไปใช้ยืนยันปัญหา ซึ่งสมาชิกอาจกำหนดแหล่งข้อมูลเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก
กระบวนการการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชน (ขั้นตอนที่ ๔ การพัฒนาแฟ้มผลงาน) โดย อ.ละเอียด สุขจิตต์ (อาจารย์ โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง)
แฟ้มผลงาน ประกอบไปด้วย
oส่วนการแสดงผลงาน ได้แก่แผ่นโปสเตอร์ขนาดไม่เกิน ๓๒ นิ้ว ความสูงไม่เกิน ๔๐ นิ้ว และข้อมูลซึ่งอาจนำเสนอในรูปข้อความ แผนภูมิ กราฟ หรือภาพถ่ายงานศิลปะ
oส่วนของเอกสาร ได้แก่ ข้อมูลที่รวบรวมโดยการคัดเลือกเอกสารที่ดีที่สุดมาจัดแสดงในแฟ้มเอกสารขนานความหนาไม่เกิน ๒ นิ้ว และมีการจัดทำตารางสารบัญ และจัดทำเนื้อหาแยกออกเป็นส่วนๆ
ส่วนของเอกสาร จะประกอบไปด้วย ๔ ภารกิจ
oภารกิจที่ ๑ จะเป็นเรื่องของปัญหา - ซึ่งเป็นเรื่องปัญหาที่ชั้นเรียนต้องการศึกษา มีความร้ายแรงเพียงใดสำหรับชุมชน มีการแพร่กระจายในชุมชนอย่างไร ทำไมรัฐบาลจึงควรเข้ามาดูแลปัญหานี้ มีใครบ้างในชุมชนที่ควรเข้ามาร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ มีกฎหมายหรือนโยบายใดที่จะจัดการกับปัญหา ชุมชนของเรามีความเห็นอย่างไรบ้าง มีการนำเสนอทางออกแล้วหรือไม่ อย่างไร มีใครเกี่ยวข้องสนใจบ้าง องค์กรใดบ้างที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับปัญหานี้
oภารกิจที่ ๒ จะเป็นการตรวจสอบนโยบายทางเลือก – มีนโยบายอะไรบ้างที่เป็นทางเลือกในการจัดการกับปัญหานี้ ข้อดีข้อเสียของนโยบาย/แนวทางดังกล่าว กลุ่มบุคคลใดบ้างในชุมชนที่เห็นด้วยหรือต่อต้านนโยบายดังกล่าว
oภารกิจที่ ๓ จะเป็นเรื่องการนำเสนอนโยบายของเรา – นโยบายดังกล่าวมีข้อดีข้อเสียอย่างไร หน่วยงานรัฐใดที่ควรเข้ามารับผิดชอบ นโยบายของเรามีความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไร
oภารกิจที่ ๔ จะเป็นเรื่องการพัฒนาแผนปฏิบัติงานของเรา – กิจกรรมหลักของแผนคืออะไร กลุ่มบุคคลใดบ้างที่อาจสนับสนุนหรือต่อต้านนโยบายของเรา เพื่อที่จะให้กลุ่มดังกล่าวมาสนับสนุนเราจะต้องทำอย่างไร หน่วยงานภาครัฐใดที่อาจจะยินดีสนับสนุนหรือต่อต้านข้อเสนอของเรา
oทั้ง ๔ ส่วนควรจะต้องมีข้อความที่ชัดเจน ทำให้ผู้ชมเห็นปัญหาและนโยบายแก้ไขได้ง่าย โดยอาจจะมีสถิติ ภาพ หรือแผนที่ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้วย รวมทั้งควรต้องมีบรรณานุกรมด้วยเพื่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่นำเสนอ
กระบวนการการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชน (ขั้นตอนที่ ๕ แนวทางนำเสนอแฟ้มผลงาน) โดย ดร.พิมล หรือตระกูล (ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันพระปกเกล้า)
การนำเสนอแฟ้มผลงานมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
oเพื่อแจ้งให้ผู้ฟังได้รับทราบและเห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน
oเพื่ออธิบายและประเมินนโยบายทางเลือกอื่นๆที่จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจในผลดีและผลเสียของแต่ละนโยบายเหล่านั้น
oเพื่ออภิปรายถึงตัวเลือกภายในชั้นเรียนที่คิดว่าเป็นนโยบายที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหา และจัดทำเป็นกรณีศึกษาสำหรับนโยบายนั้น การจัดทำและสนับสนุนแนวคิดของชั้นเรียนนั้น นโยบายที่นำเสนอจะต้องไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
oเพื่อแสดงให้เห็นว่าชั้นเรียนสามารถพัฒนาจัดทำนโยบายขึ้นมาสนับสนุนให้แก่ชุมชน เช่นเดียวกับที่ทำในระดับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญติของรัฐบาลตามความเหมาะสม
การนำเสนอควรที่จะผลัดเปลี่ยนผู้นำเสนอกันไปเรื่อยๆ ไม่ควรที่จะให้ใครคนใดคนหนึ่งผูกขาดการนำเสนอ และควรให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มได้มีบทบาทในการนำเสนอ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกคนในการทำงานเป็นทีม ทั้งนี้ การนำเสนอต้องมีความสมบูรณ์ ชัดเจน มีข้อมูลที่ดีเหมาะสม มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูล กฎหมาย และรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีความสวยงามในรูปแบบของการนำเสนอด้วย
กระบวนการการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชน (ขั้นตอนที่ ๖ สะท้อนประสบการณ์การเรียนรู้) โดย อ.ละเอียด สุขจิตต์ (อาจารย์ โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง)
การสะท้อนประสบการณ์การเรียนรู้นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีระบบและเพื่อสร้างความตระหนักในการนำประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนา สร้างบทบาทในการทำนโยบายสาธารณะอื่นๆในอนาคต
อาจารย์อาจตั้งคำถาม ๑๑ ข้อต่อผู้เรียน ดังต่อไปนี้
oฉันได้เรียนรู้อะไรเป็นการส่วนตัวในเรื่องของนโยบายสาธารณะจากการได้ทำงานกับเพื่อนร่วมชั้น?
oพวกเราได้เรียนรู้อะไรจากชั้นเรียนเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะโดยการพัฒนาแฟ้มผลงานของเรา?
oทักษะอะไรที่ฉันได้เรียนรู้หรือปรับปรุงขึ้นจากโครงการนี้?
oทักษะอะไรที่พวกเราได้เรียนรู้หรือปรับปรุงจากโครงการนี้?
oข้อได้เปรียบจากการทำงานเป็นทีมคืออะไร?
oข้อเสียเปรียบจากการทำงานเป็นทีมคืออะไร?
oฉันทำอะไรได้ดี?
oพวกเราทำอะไรได้ดี?
oฉันจะสามารถพัฒนาทักษะในการแก้ปัญหาได้อย่างไร?
oพวกเราจะสามารถพัฒนาทักษะในการแก้ปัญหาได้อย่างไร?
oพวกเราจะต้องทำสิ่งใดที่แตกต่างจากเดิม ถ้าหากพวกเราต้องพัฒนาแฟ้มผลงานฉบับใหม่ในเรื่องปัญหานโยบายสาธารณะอื่นๆ?
การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติในการสอน ๕ กลุ่ม โดย ผู้เข้ารับการอบรม/ ดร.พิมล หรือตระกูล/ อ.ละเอียด สุขจิตต์/ อ.เฉลิมชัย สุขจิตต์
ผู้เข้าอบรมแต่ละกลุ่ม ได้รับมอบหมายให้ฝึกสอนในหัวข้อดังต่อไปนี้
oกลุ่มที่ ๑ – แนะนำโครงการสร้างสำนึกพลเมืองและแนะนำสถาบันพระปกเกล้า
oกลุ่มที่ ๒ – นโยบายสาธารณะ
oกลุ่มที่ ๓ – ขั้นตอนที่ ๑ และ ๒ ระบุปัญหาและคัดเลือกดปัญหาที่จะศึกษา
oกลุ่มที่ ๔ – ขั้นตอนที่ ๓ รวบรวมข้อมูล
oกลุ่มที่ ๕ – ขั้นตอนที่ ๕ การนำเสนอแฟ้มผลงาน
การนำเสนอแฟ้มผลงานของแต่ละกลุ่ม จะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนดังนี้คือ
oช่วงการนำเสนอ – ควรเป็นข้อมูลที่สรุปจากแฟ้มผลงาน มีการใช้รูปภาพประกอบและควรใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในแฟ้มผลงานเท่านั้น ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ ๖๐ นาที
oช่วงการตอบคำถาม – คณาจารย์หรือผู้เข้าอบรมกลุ่มอื่นจะซักถามกลุ่มเกี่ยวกับการนำเสนอแฟ้มผลงาน โดยอาจจะขอให้อธิบายเพิ่มเติม โต้แย้งบางประเด็น หรือตอบคำถามที่คณาจารย์หรือผู้เข้าอบรมกลุ่มอื่นต้องการทราบเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที
oการนำเสนองานการสอนจะเน้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกกลุ่ม เป็นไปตามเวลาที่กำหนด ชั้นเรียนให้ความร่วมมือต่อการนำเสนอของกลุ่มและมีการสะท้อนความเห็นอย่างสร้างสรรค์
กลุ่มที่ ๑ – แนะนำโครงการสร้างสำนึกพลเมืองและแนะนำสถาบันพระปกเกล้า
oความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้ารับการอบรม
ผู้สอนมีอารมณ์ขันและรู้จักสร้างบรรยากาศที่ไม่ตึงเครียดในการเรียน ทำให้ผู้เรียนผ่อนคลาย
ข้อมูลที่เราเสนอจะต้องชัดเจน ถูกต้อง และมีรายละเอียดมากขึ้น เมื่อได้ข้อมูลมาอาจจะต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ หากมีเวลามากกว่านี้ก็จะทำให้ข้อมูลมีความหนักแน่นมากขึ้น
ผู้สอนอาจจะต้องมีการเตรียมใบความรู้ให้นักเรียนด้วย เพื่อที่จะสามารถเข้าใจและติดตามสิ่งที่อาจารย์สอนได้ทัน
ก่อนจะเข้าเรื่องที่จะทำการสอน ผู้สอนควรทำความเข้าใจกับผู้เรียนในเรื่องที่จะสอนและอธิบายให้ผู้เรียนได้รับทราบถึงวัตถุประสงค์ เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดก่อนที่จะเข้าสู่รายละเอียด
oความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณาจารย์
ผู้สอนสอนได้สนุกมาก ทำให้ผู้เรียนตั้งใจเรียน
ควรจะอธิบายให้ผู้เรียนได้เห็นภาพรวมและเข้าใจในวัตถุประสงค์ของโครงการ และสร้างความตระหนักให้ผู้เรียนได้เห็นความสำคัญของการดำเนินโครงการนี้ ตลอดจนขั้นตอนการระบุและแก้ไขปัญหาทั้ง ๖ ขั้นตอน เพื่อเชื่อมโยงผู้เรียนเข้าสู่โครงการและเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้เรียน ดังนั้นผู้สอนจะต้องมีความเข้าใจในตัวโครงการและวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน
ครูมีหน้าที่ที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาเยาวชน ซึ่งเป็นฐานรากของการพัฒนาประเทศ จึงอยากให้กำลังใจแก่ครูทุกคน แม้ว่าจะมีภาระงานมากเพียงใดก็ขอให้อย่าท้อแท้
ครูสามารถเชื่อมโยงผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองเพื่อขอความร่วมมือบุคคลเหล่านี้ที่มีศักยภาพมาช่วยเหลือ/สนับสนุนนักเรียนในการดำเนินโครงการ เช่น ในส่วนของค่าใช้จ่าย วัสดุอุปกรณ์ ความรู้ประสบการณ์ หรือการติดต่อประสานงานกับหน่วยงาน/บุคคลที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
ครูสามารถที่จะดำเนินโครงการนี้ในรูปของโครงงานหรือกิจกรรมเสริมที่เป็นส่วนหนึ่งของวิชาหรือสาระการเรียนรู้ที่ตนเองได้รับผิดชอบอยู่แล้ว
กลุ่มที่ ๒
– นโยบายสาธารณะ
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้ารับการอบรม
ผู้สอนควรมีเทคนิคในการคุมชั้นเรียนให้อยู่ เพื่อให้การเรียนรู้ในห้องเรียนเป็นไปอย่างราบรื่น ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณาจารย์
สมาชิกในกลุ่มคนอื่นๆนอกจากผู้ที่นำเสนอสามารถที่จะมีส่วนร่วมในการนำเสนอการสอนได้ด้วย โดยอาจจะมอบบทบาทที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสม
ในกรณีวิเคราะห์ว่าประเด็นใดเป็นนโยบายสาธารณะหรือไม่ ผู้สอนควรจะให้หลักเกณฑ์ในการวิเคราะห์ว่านโยบายสาธารณะมีลักษณะอย่างไรแก่ผู้เรียนด้วย ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของใบความรู้ก็ได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์สำคัญ คือ นโยบายสาธารณะจะต้องมีลักษณะที่เป็นกฎหมาย ซึ่งออกมาบังคับใช้ต่อสาธารณะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไข บรรเทาปัญหา หรือพัฒนาชุมชน/สังคม
ผู้สอนควรระบุถึงความสำคัญและประโยชน์ของการเรียนรู้นโยบายสาธารณะแก่ผู้เรียนด้วย
ผู้สอนอาจจะให้ผู้เรียนไปหานโยบายสาธารณะมาเป็นการบ้านเพื่อนำเสนอในห้องเรียน
กลุ่มที่ ๓
– ขั้นตอนที่ ๑ และ ๒ ระบุปัญหาและคัดเลือกปัญหาที่จะศึกษา
oความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้ารับการอบรม
กลุ่มนี้นำเสนอได้ชัดเจน มีการเตรียมตัวที่ดีมาก
เมื่อนักเรียนได้ระบุปัญหาขึ้นมาแล้ว ผู้สอนควรที่จะอธิบายให้นักเรียนได้เข้าใจด้วยว่าจะนำปัญหาเหล่านี้ไปดำเนินการอย่างไรต่อไป
เมื่อผู้สอนแจกใบงานแล้ว ควรที่จะอธิบายให้นักเรียนรับทราบด้วยว่าจะให้ปฏิบัติอย่างไร
ผู้สอนควรให้นักเรียนได้สะท้อนถึงความสำคัญของปัญหาแต่ละข้อด้วย
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณาจารย์
ภาษาที่ใช้ในการเขียนวัตถุประสงค์ในแผนการสอนเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะทำให้ผู้สอนสามารถคิดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
นักเรียนต้องรู้และเข้าใจหลักเกณฑ์ในการระบุปัญหาและวิธีการเลือกปัญหาที่ถูกต้อง รับทราบความหมายของฉันทามติ ผู้สอนต้องกำหนดสิ่งเหล่านี้ไว้ในวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน
ผู้สอนต้องกระตุ้นให้นักเรียนนำเสนอปัญหาบนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริง
ผู้สอนต้องเข้าใจวิธีการเลือกปัญหาด้วยวิธีฉันทามติด้วย โดยใช้สีสามสีเป็นเครื่องมือในการเลือก รวมทั้งต้องสามารถอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างฉันทามติกับเสียงข้างมากอย่างชัดเจน
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ซึ่งอาจจะต้องให้เวลาถึงสามหรือสี่คาบในการระบุและคัดเลือกปัญหา เนื่องจากฉันทามติเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการสร้าง
กลุ่มที่ ๔
– ขั้นตอนที่ ๓ รวบรวมข้อมูล
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้ารับการอบรม
ผู้สอนไม่ควรใช้อำนาจต่อผู้เรียนมากจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือจากชั้นเรียนเท่าที่ควร
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณาจารย์
ต้องไม่ลืมวัตถุประสงค์ของการรวบรวมข้อมูล
ต้องไม่ลืมใช้แบบฟอร์ม อ่านโจทย์และตีโจทย์ทุกบรรทัดให้นักเรียนดูว่าจะสัมภาษณ์อย่างไร บันทึกอย่างไร ทำความเข้าใจกับนักเรียนให้ชัดเจน
ผู้สอนต้องชี้แจงการเขียนบรรณานุกรมแก่ผู้เรียนด้วยว่าการเขียนที่ถูกต้องตามแบบนั้นเป็นอย่างไร และช่วงการนำเสนอจะต้องเขียนอ้างอิงแหล่งข้อมูลไว้ที่บอร์ดด้วย
ผู้สอนควรชี้แนะแหล่งข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของตัวบุคคลที่นักเรียนน่าจะเข้าไปสัมภาษณ์พูดคุยเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการ และในส่วนของเว็บไซท์ที่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการจะสืบค้น ทั้งนี้ ผู้สอนอาจจะให้นักเรียนมาวางแผนในการค้นหาและรวบรวมข้อมูลก่อนที่จะลงพื้นที่หาข้อมูลจริงๆเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
ควรบรรจุเนื้อหาโครงการนี้เข้าไปเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรของคณะศึกษาศาสตร์หรือครุศาสตร์ตามมหาวิทยาลัยต่างๆเพื่อให้ผู้ที่จะมาเป็นครูอาจารย์ต่อไปในอนาคตได้มีเวลาเรียนรู้อย่างเต็มที่และทั่วถึง
รายชื่อผู้เข้ารับการอบรม
๑.น.ส.กิติยา แมเลาะ โรงเรียนนิรันดรวิทยา อ.เมือง จ.นราธิวาส ๒.นายนิบอซู โซะนิเปาะ โรงเรียนอัครศาสน์วิทยา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ๓.นายบัดรี โต๊ะกายอ โรงเรียนพัฒนาวิทยา อ.เมือง จ.ยะลา ๔.นายบาฮารูติง ลีเด็ง โรงเรียนศิริธรรมวิทยา อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ๕.นายมาหามะกอซี คาเรง โรงเรียนดาราวิทย์ อ.ยะหา จ.ยะลา ๖.นายมาหามะซัน สะอะ โรงเรียนนะห์ฎอตุลสูบาน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ๗.นายมูฮำมัดรอปี หม้อแหล่ โรงเรียนมูฮัมมาดียะห์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ๘.นายมูฮำหมัดฮูเซ็น มะแซจะแหน โรงเรียนดารุลฮูดาห์วิทยา อ.รามัน จ.ยะลา ๙.น.ส.รัชนี มุกาวี โรงเรียนสมบูรณ์ศาสน์อิสลาม อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ๑๐.น.ส.ลียานา เจะแฮ โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ๑๑.น.ส.สุพร ตระกูลกลกิจ โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมือง จ.ยะลา ๑๒.นางสุพรรณิการ์ เหมจำ โรงเรียนดารุลอูโลมนิบงบารู อ.เมือง จ.ยะลา ๑๓.นายสมาน สะแปอิง โรงเรียนแสงธรรมวิทยา อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ๑๔.นายสอยูวัน อาลีมามะ โรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา อ.เมือง จ.ยะลา ๑๕.นายสูใหรี สานิ โรงเรียนดรุณศาสน์วิทยา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ๑๖.น.ส.อาอีเสาะ มะลี โรงเรียนประทีปวิทยา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ๑๗.นางอิมตินาล เลาะยะผา โรงเรียนอาลาวียะห์วิทยา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ๑๘.นายอับดุลเลาะ สาหลำ โรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา อ.เมือง จ.ปัตตานี ๑๙.นายอับดุลฮามิด จะปะกียา โรงเรียนประสานวิทยา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ๒๐.นายฮิลมี ลือแบมะแซ โรงเรียนสุขสวัสดิ์วิทยา อ.ยะหา จ.ยะลา
รายชื่อคณาจารย์และเจ้าหน้าที่๑.ดร.พิมล หรือตระกูล ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันพระปกเกล้า ๒.อ.ละเอียด สุขจิตต์ อาจารย์โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง ๓.อ.เฉลิมชัย สุขจิตต์ อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง ๔.พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการ สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ๕.นางสาวศรัณยุ หมั้นทรัพย์ นักวิชาการ สำนักฝึกอบรม เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ สถาบันพระปกเกล้า ๖.นายเมธัส อนุวัตรอุดม นักวิชาการ สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ๗.นายจตุพร วิศิษฐ์โชติอังกูร นักวิจัย สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ๘.นางสาวประภาพร วัฒนพงศ์ พนักงานบริหารโครงการ สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ๙.นางสาววรรษกานต์ หนูยิ้ม พนักงานฝึกอบรม สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล
