“ศัพท์บัญญัติเกี่ยวกับการจัดการและ แก้ไขความขัดแย้ง”

จาก ThaiPoliticsGovernment

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

Accommodation

Assimilation

Active Listening Skills

Activist

Adjudication

Administrative Dispute Resolution Act (ADR Act)

Alternative Dispute Resolution (ADR)

ADR Systems Design

Appellate ADR

Appropriate Dispute Resolution

Adversarial Approach

Advocacy

Advocate

Ahimsa

Alliance

Any Alternative to a Negotiated Agreement (ATNA)

Apology

Arbitration

Arbitration Agreement of Arbitration Clause

Arbitrator

Argument

Armed Conflict

Arms Reduction

Arms Regulation

Assertive

Asymmetric Conflict

Attitude

Attribution Error

Avoidance

Basic Human Needs

Best Alternative to a Negotiated Agreement (BATNA)

Binding

Calculus-based Trust

Caucuses

Citizens Dialogue

Civil Disobedience

Coalition

Code of Conduct

Coercion

Coexistence

Collaboration

Collaborative Problem Solving

Collective Bargaining

Co-mediation

Common Ground

Competition

Comprehensive Mediation

Concessions

Compliance

Conciliation

Confidential Listener

Confidentiality

Confidentiality Agreement

Conflict

Conflict Analysis

Conflict Dynamics

Conflict engagement

Conflict escalation

Conflict Intervention

Conflict Management

Conflict Mapping

Conflict of Interest

Conflict Prevention

Conflict Provention Conflict Resolution Conflict Settlement Conflict Styles Conflict Transformation Consultation

Convening Core Issues Court-Annexed Arbitration, Court Ordered Arbitration

Court-Annexed Mediation, Court Ordered Mediation, Court-Connected (or court affiliated) Crisis Cultural Violence Culture of Peace Culture of War

Debate


De-escalation

Dehumanization Deliberation Deterrence-based Trust

Deterrence Dialogue

Diplomacy Direct Violence Disclosure Skills Disputants Dispute Dispute Resolution Dispute Review Panel/Board Dispute Systems Design Distributive Bargaining Distributive Justice Domination conflict Early Neutral Evaluation (ENE)

Early Neutral Evaluator (ENE) Early Warning Empathy = การเข้าถึงใจ/การเข้าอกเข้าใจ/ การมีอารมณ์ร่วม การแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าเราเข้าใจสถานการณ์ที่ฝ่ายนั้นได้ประสบอยู่โดยเข้าถึงความคิด อารมณ์และความรู้สึก และมีอารมณ์ร่วมกับฝ่ายนั้นด้วย จนเปรียบเสมือนว่าเราได้เป็นคนคนเดียวกันกับเขา ซึ่งจะทำให้เขารับรู้ว่าเรา เข้าใจความรู้สึกเขาจริงๆ จะเห็นได้ว่าการเข้าถึงใจนั้น เป็นการแสดงความ เสียใจและเป็นการทำความเข้าใจโดยดึงตนเองเข้าไปรับรู้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายกำลัง ประสบอยู่ซึ่งแตกต่างจากการเห็นใจ ที่เป็นการแสดงความเห็นใจจากมุมมอง ของผู้ที่มิได้มีอารมณ์ร่วมไปด้วย อ้างอิง = Hammer, 2001

Empowerment = การเสริมพลัง การส่งเสริมหรือกระตุ้นให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้รู้สึกว่าตนมีคุณค่า มีพลังและมีความสามารถในการควบคุมและจัดการกับปัญหาของตน เอง อ้างอิง = Bush & Folger, 1994; Hammer, 2001

Enemy Image = ภาพลักษณ์ศัตรู ทัศนคติทางลบที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลมองว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรูหรือเป็นผู้ร้าย (Evil) ที่ต้องกำจัด ไม่มีความดีใดๆในตัวผู้ที่เป็นศัตรู ในขณะที่มองฝ่ายตนเองว่าเป็นผู้ดี (Good) ไม่มีความชั่วร้ายใดๆในตัวเอง เป็นลักษณะการมองที่สุดขั้ว ไม่ดีก็ต้องร้าย โดยไม่มองว่ามนุษย์ทุกคนมีทั้งความดีและไม่ดี รวมทั้งศักยภาพที่จะเป็นทั้งคนดีและคนไม่ดีในตัวเองการมองอีกฝ่ายว่าเป็นศัตรูนี้ จะนำไปสู่การปฏิเสธความเป็นมนุษย์ของอีกฝ่ายได้ในท้ายที่สุด นับเป็นขั้นตอนหนึ่งที่นำไปสู่การใช้ความรุนแรง อ้างอิง = Burgess & Burgess, 1997; Folger et al, 2001

Entrapment = การติดกับ กระบวนการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าตนได้ลงทุนทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ เวลา และทรัพยากรมาระยะหนึ่งแล้ว ในการให้ได้มาซึ่งเป้าหมายที่ตนต้องการ ซึ่งเมื่อความขัดแย้งได้ดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง ตนจะรู้สึกติดกับ ระหว่างการสานต่อ ซึ่งอาจจะต้องเสียแรง และทรัพยากรมากขึ้น กับการล้มเลิก ซึ่งตนอาจจะรู้สึกเสมือนว่าเป็นการทำให้การลงทุนที่ผ่านมาได้สูญเปล่าไป อ้างอิง = Folger et al, 2001

Ethnic Conflict = ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ สถานการณ์ความขัดแย้งที่มีรากฐานจากชาติพันธุ์ เป็นความขัดแย้ง ระหว่างกลุ่มบุคคลที่มีความแตกต่างกันทางชาติพันธ์ วัฒนธรรม และภาษา อ้างอิง = Gurr, 2000; Miall et al, 2000

Power Based Exchange Exchange Power = การต่อรองบนพื้นฐานของอำนาจ การใช้อำนาจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการต่อรองและประนีประนอม (“คุณทำสิ่งฉันต้องการและฉันจะทำสิ่งที่คุณต้องการ”) อ้างอิง = Boulding, 1989

Executive Hearing (also known as mini-trial or executive tribunal = การวิเคราะห์ปัญหาข้อพิพาท/การไต่สวนทางบริหาร

Expert Determination = การให้ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญการกำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญ

Face = หน้าตา ภาพพจน์ของบุคคลหรือของกลุ่มบุคคล ซึ่งแสดงถึงความเป็นตัวตน ของตนหรือของกลุ่ม หรือแสดงถึงคุณลักษณะบาง ประการที่บุคคลหรือ กลุ่ม บุคคลนั้นๆต้องการให้สังคมรับรู้ หน้าตานี้อาจหมายรวมถึงชื่อเสียง เกียรติยศ และศักดิ์ศรีด้วย อ้างอิง = Folger et al, 2001, Hammer, 2001

Face-Attacking = การฉีกหน้า พฤติกรรมหรือคำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียหน้า เช่น การพูดว่า “ความ ล้มเหลวครั้งนี้เกิดจากความเกียจคร้านของคุณ” อ้างอิง = Hammer, 2001

Face-Honoring = การให้เกียรติ/ การแสดงความชื่นชม/ การไว้หน้า พฤติกรรมหรือคำพูดที่ยกย่องอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกว่าได้รับการยอมรับนับถือ หรือได้รับเกียรติจากผู้พูด เช่น การพูดว่า “คุณเป็นคนที่มี ความสามารถ ฉันมั่นใจว่าคุณจะสามารถแก้ไขความขัดแย้งได้สำเร็จ” การยกย่องนี้ สามารถลดความตึงเครียด หรือสร้างความรู้สึกด้านบวกให้อีกฝ่ายได้ อีกทั้งเป็นการให้ความสำคัญกับความเป็นตัวตนของอีกฝ่ายด้วย อ้างอิง = Hammer, 2001

Face-Loss = การเสียหน้า ความรู้สึกที่ว่าผู้อื่นปฏิบัติกับตนในลักษณะที่ภาพพจน์หรือความเป็นตัวตนของตนถูกท้าทายหรือถูกเพิกเฉย ซึ่งทำให้ผู้ถูก กระทำรู้สึก อับอายและ อึดอัดใจ ความรู้สึกเสียหน้า นี้มักเป็นสาเหตุหนึ่งของความขัดแย้ง เนื่องจาก ผู้เสียหน้าจะทำทุก วิถีทางเพื่อรักษาหน้าหลังจากถูกทำให้อับอายขายหน้าซึ่ง อาจจะรวมถึงการแก้แค้นด้วย อ้างอิง = Folger et al, 2001; Hammer, 2001

Face-Restoring = การกู้หน้า พฤติกรรมหรือคำพูดที่ใช้เพื่อกู้ภาพพจน์ของตนที่เสียไปคืน เช่น การพูดว่า “ฉันไม่ได้เป็นคนเลวอย่างที่เธอกล่าวหา” อ้างอิง = Hammer, 2001

Face-Saving = การรักษาหน้า พฤติกรรมหรือคำพูดที่ใช้เพื่อปกป้องหรือรักษาภาพพจน์ของตนผู้ที่ ต้องการรักษาหน้านี้อาจจะพร้อมที่จะสูญเสียสิ่งต่างๆเพื่อแลกกับการปกป้อง หรือรักษาภาพพจน์ของตนเองอย่างถึงที่สุด การรักษาหน้าจะทำให้ผู้รักษาหน้า ไม่มีความยืดหยุ่น และมีโอกาสสูงที่จะถูกครองงำโดยอารมณ์และความรู้สึกซึ่ง จะส่งผลเสียอย่างมากต่อการจัดการกับความขัดแย้ง อ้างอิง = Folger et al, 2001; Hammer, 2001

Facilitator = ผู้ช่วยกำกับกระบวนการกลุ่ม/ผู้ช่วยกระบวนการ/ผู้ดำเนิน กระบวนการ/ วิทยากรกระบวนการ

Facilitation = การช่วยกำกับกระบวนการกลุ่ม/การอำนวยการกลุ่ม/การ ดำเนินกระบวนการ/การ/ ช่วยกระบวนการ/ การขับเคลื่อนกระบวนการ กระบวนการจัดการกับความขัดแย้งที่มีบุคคลที่สามซึ่งคู่ขัดแย้งยอมรับว่าเป็นกลาง ทำหน้าที่อำนวยการให้คู่ขัดแย้งสามารถระบุหรือแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้อย่างราบรื่น การจัดการกับความขัดแย้งประเภทนี้ มุ่งเน้น กระบวนการเป็นสำคัญเพื่ออำนวยให้การประชุมระหว่างคู่ขัดแย้งดำเนินไปได้ด้วยดี และบรรลุเป้าประสงค์ โดยผู้ดำเนินกระบวนการ (Facilitator) จะเป็นเพียงผู้ขับ เคลื่อนกระบวนการเท่านั้น โดยจะไม่เข้าแทรกแซงด้านเนื้อหาสาระ อ้างอิง = Fisher, 2001; Isenhart & Spangle, 2000

Fact Finding Expert/Committee = คณะกรรมการค้นหาข้อเท็จจริง

Fact-Finding = การค้นหาข้อเท็จจริง กระบวนการค้นหาข้อเท็จจริงโดยบุคคลที่สามที่เป็นกลางซึ่งได้รับ การแต่ง ตั้งจากศาลหรือจากผู้มีอำนาจหน้าที่เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงในกรณีความขัดแย้ง เมื่อได้รับข้อเท็จ จริงครบถ้วนตามที่ต้องการแล้ว ผู้สืบหาข้อเท็จจริงจะต้องจัดทำรายงานเพื่อ นำเสนอต่อศาลหรือผู้มีอำนาจหน้าที่และคู่ขัดแย้งต่อไป อ้างอิง = Isenhart & Spangle, 2000

Focusing = การวางกรอบให้แคบลง??? (ให้ดู Framing)/ การวางจุดเน้น การปรับเพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ,การมุ่งความสนใจไปยัง

Force = การบังคับ/ กำลัง/ กำลังบังคับ

Forgiveness = การให้อภัย/อภัยวิถี เหยื่อผู้ถูกกระทำ ตัดสินใจว่าจะไม่ทำการแก้แค้น ไม่คาดหวังว่าผู้อื่น หรือฝ่ายอื่นจะลงโทษผู้กระทำผิด ตัดสินใจไม่เรียกร้องสิ่งใดๆมาชดเชยสิ่งที่ ตนเสียไปไม่ว่าจะเป็นทางวัตถุหรือทางจิตใจ เริ่มลดความรู้สึกและรับรู้ด้าน ลบต่ออีกฝ่าย และสุดท้ายพยายามเริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันใหม่ทั้งในแง่ความรับรู้และอารมณ์เชิงบวก การให้อภัยนี้จะเป็นกระบวนการที่ แปลงสภาวะทางอารมณ์ และความสัมพันธ์ทั้งของผู้ให้อภัยและผู้กระทำ ผิดให้ก้าวข้ามความขัดแย้งบาดหมางกันในอดีตไปสู่ความรู้สึกและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในอนาคต นับเป็นกระบวนการที่สำคัญในการคืนดี (ดู Restorative Justice) อ้างอิง = Galtung, 2001; ชัยวัฒน์, 2543

Framing = การวางกรอบ การสร้างกรอบในการตีความเหตุการณ์หรือการกระทำ เพื่อที่จะนิยาม หรืออธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการตีความว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็น เรื่องเกี่ยวกับอะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อตนเองและภาวะแวดล้อม วิธี การในการจัดการกับความขัดแย้งและทัศนคติต่อความขัดแย้งจะได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการวางกรอบตั้งแต่เริ่มต้น การวางกรอบหรือตีความเหตุการณ์ที่ แตกต่างกันจะทำให้มุมมองและทางเลือกในการแก้ไขปัญหาแตกต่างกันไปด้วย อ้างอิง = Fisher et al, 1994; Folger et al, 2001; Isenhart & Spangle, 2000

Grievance Procedure = กระบวนการร้องทุกข์

Ground Rules = การจัดทำข้อตกลงพื้นฐาน/ กติกาพื้นฐาน การจัดการที่ข้อตกลงพื้นฐาน สามารถทำได้ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการ เจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งข้อตกลงที่กำหนดขึ้น เกิดจากการร่วมคิดและยินยอมจาก คู่กรณีทุกฝ่าย เช่น การไม่ชี้หน้าด่ากันในระหว่างการไกล่เกลี่ย การไม่พูดขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งพูด การไม่ใช้ความรุนแรง หรือ การกำหนดเวลาในการไกล่เกลี่ยเป็นต้น ดังนั้นกติกาหรือข้อตกลงพื้นฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อกระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อให้กระบวนการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมี ประสิทธิภาพ อ้างอิง = วันชัย, 2547 ; ศุภณัฐ, 2547


Identification-based Trust = ความไว้วางใจที่อิงอัตลักษณ์ (ความไว้วางใจที่เกิดจากการเน้นพวกเดียวกัน) ความไว้วางใจในความเป็นเราไม่ใช่เขา/ ความไว้วางใจบนพื้นฐานอัตลักษณ์ร่วม

Identity = อัตลักษณ์/เอกลักษณ์ มนุษย์แยกตัวเองออกจากผู้อื่นโดยการสร้างอัตลักษณ์หรือเอกลักษณ์ ขึ้นมาเป็นชุดๆ ซึ่งเอกลักษณ์นี้เป็นแค่เพียงมายาหรือภาพลวง เนื่องจากเป็นสิ่ง ที่มนุษย์สร้างขึ้นหรือสมมติขึ้น ดังนั้น ภายใต้ “มายาการแห่งเอกลักษณ์” นี้ เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น มนุษย์จึงสามารถใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นได้ไม่ยาก เอกลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นระดับใดคือชาติอันมีกฎหมายและภูมิศาสตร์เป็นกรอบ เชื้อชาติอันมีสีผิวและลักษณะโครงกระดูกเป็นกรอบ ศาสนาอันมีความเชื่อ และการปฏิบัติเป็นกรอบ หรือชนชั้นอันมีการครอบครองปัจจัยการผลิตเป็น กรอบส่วนหนึ่งก็ตาม มนุษย์จะรู้สึกมั่นคง ด้วยเอกลักษณ์เหล่านี้ เพราะสภาพ ของเอกลักษณ์คือลักษณะที่บ่งบอกว่า “เรา” เป็นใครมาแต่ไหนในกระบวน การดังกล่าว เอกลักษณ์ย่อมชี้ด้วยว่าใครไม่ใช่ “พวกเรา” แต่เป็น “คนอื่น” ใน แง่นี้ เอกลักษณ์เปรียบประดุจกำแพงซึ่งปกติพิทักษ์ “พวกเรา” ไว้ภายในแต่ ขณะเดียวกัน “กำแพง” นั้นมีคุณสมบัติอื่นด้วย กล่าวคือทำให้ “พวกเรา” ไม่อาจมองเห็นและอาจไม่สามารถเข้าใจเขาจากแง่มุมของเขาได้ และ “กำแพง” ยังเป็นตัวปิดกั้นมิให้พวกเขามองเห็นสถานการณ์จากแง่มุมของเราด้วยเช่นกัน อ้างอิง = ชัยวัฒน์, 2539

Identity Conflict = ความขัดแย้งทางอัตลักษณ์ สถานการณ์ความขัดแย้งที่มีรากฐานจากอัตลักษณ์ กระทบถึง อัตลักษณ์ในแง่ที่เป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของตัวตน ไม่ว่าจะเป็นตัวตนของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล อัตลักษณ์นี้รวมถึงความต้องการการยอมรับ เกียรติยศ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต ซึ่งตั้งอยู่ บนรากฐานของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ระบบความเชื่อ ค่านิยม และ ประสบการณ์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล อ้างอิง = Miall et al, 2000; Northrup, 1989; Rothman, 1997

Ideology Conflict = ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ สถานการณ์ความขัดแย้งที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองหรือรูปแบบเศรษฐกิจของประเทศ เช่น มีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจจากระบบทุนนิยมเป็นระบบสังคมนิยมหรือเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากระบอบเผด็จการเป็นระบอบประชาธิปไตย เป็นต้น อ้างอิง = Miall et al, 2000

Impartiality = การไม่เข้าข้างฝ่ายใด/การไม่ฝักใฝ่ การปราศจากอคติ ไม่เข้าข้าง สนับสนุนหรือเอนเอียงต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยต้องปฏิบัติต่อทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน อ้างอิง = Isenhart & Spangle, 2000

Incompatible Interests = ผลประโยชน์ที่เข้ากันไม่ได้ Inner Peace = สันติภายใน/ศานติภายใน/ ความสงบสุขภายใน สภาวะที่ปัจเจกบุคคลมีความสงบภายในจิตใจ ปราศจากความขัดแย้ง ทั้งในด้านความคิดและอารมณ์ความรู้สึก สันติภาพภายในสามารถเกิดได้จาก การฝึกฝนภาวนาเจริญสติและละวางจากการยึดมั่นถือมั่น อ้างอิง = Diamond,2001

Integrative Negotiation = การเจรจาเชิงประสาน/ การเจรจาเชิงบูรณาการ การเจรจาต่อรอง ที่เน้นกระบวนการแก้ไขปัญหา (Problem-solving process) และเน้นการสร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีต่อกัน โดยมีเป้าหมาย ที่จะตอบสนองต่อความต้องการของทั้งสองฝ่ายเพื่อความพึงพอใจสูงสุดเป็น การมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่ทั้งสองฝ่ายชนะ การเจรจาเชิงประสานนี้จะเหมาะสมกับ การเจรจาความขัดแย้งทางสังคมหรือการเมือง หรือความขัดแย้งที่มีความเกี่ยว โยงสูงกับองค์ประกอบด้านอัตวิสัย (Subjective element) ในกรณีที่คู่เจรจาเห็น ความสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นสิ่งสำคัญและมองว่าอาจจะต้องมีการปฏิสัมพันธ์ กันต่อไปในอนาคต อ้างอิง = Hammer, 2001; Lewicki et al, 2001

Integrative Solution = ทางออกเชิงประสาน/ ทางออกเชิงบูรณาการ ทางออกหรือทางแก้ไขปัญหาที่ประสานหรือตอบสนองต่อผลประโยชน์หรือความต้องการของทั้งสองฝ่าย อ้างอิง = Fisher et al, 1994

Interactive Conflict Resolution = การแก้ไขความขัดแย้งเชิงปฏิสัมพันธ์ การแก้ไขความขัดแย้งที่อาศัยการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการแก้ปัญหา โดยมีลักษณะเป็นกลุ่มเล็กๆระหว่างตัวแทนที่ไม่เป็นทางการของคู่ขัดแย้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ การแก้ไข ความขัดแย้งเชิงปฏิสัมพันธ์นี้มุ่งที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติด้านลบสร้างความ เข้าใจอันดีต่อกันตลอดจนร่วมกันระบุประเด็นปัญหาความขัดแย้งรวมทั้ง หนทางแก้ไข อ้างอิง = Fisher, 1997; Kelman, 1996

Interest = ผลประโยชน์/ความสนใจ/ความต้องการ ผลประโยชน์ที่อยู่เบื้องหลังจุดยืนหรือสิ่งที่คู่ขัดแย้งให้ความสำคัญซึ่งหมายรวมถึงความห่วงกังวล อันเป็นรากฐานหรือเหตุผลของจุดยืนที่ได้ ประกาศไว้ ผลประโยชน์นี้สามารถที่จะต่อรองหรือปรับเปลี่ยนได้ ถ้าคู่ขัดแย้งร่วมมือกันในการจัดการกับความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ อ้างอิง = Fisher et al, 1991

Interest Groups = กลุ่มผลประโยชน์

Interest-based Bargaining = การต่อรองบนฐานผลประโยชน์/ความ พึงพอใจของทุกฝ่าย/การต่อรองโดยเน้นผลประโยชน์ร่วมกัน

Interest-based Negotiation = การเจรจาบนฐานผลประโยชน์/ การ เจรจาโดยยึดประโยชน์ร่วม/การเจรจาโดยเน้นผลประโยชน์ร่วมกัน การเจรจาไกล่เกลี่ยที่ใช้ผลประโยชน์ของคู่เจรจาเป็นตัวตั้ง โดยมุ่งที่จะ พิจารณาผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย แทนที่จะเจรจาต่อรองกันบนจุดยืน และ ร่วมกันหาทางเลือกที่อาจเป็นไปได้ต่างๆเพื่อตอบสนองผลประโยชน์เหล่านั้น อ้างอิง = Fisher et al, 1991

Integrative Power = อำนาจประสาน/ พลังบูรณาการ การใช้อำนาจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการจูงใจและการประสานความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน (“เราสามารถร่วมกันทำสิ่งที่ดีต่อเราทั้งคู่”) อ้างอิง = Boulding, 1989

Intergroup Conflict = ความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม ภาวการณ์ที่เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างกลุ่มบุคคล ซึ่งอาจจะเกิดจาก การขัดแย้งหรือแตกต่างกันทางวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ ความคิด ค่านิยม ความเชื่อ หรือความต้องการที่ไม่ตรงกันระหว่างกลุ่มบุคคลที่มีปฏิสัมพันธ์กัน เช่น ความ ขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือระหว่างชนเผ่า เป็นต้น อ้างอิง = Fisher, 1997; Folger et al, 2000

Interpersonal Conflict = ความขัดแย้งระหว่างบุคคล ภาวการณ์ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างบุคคล อันเนื่องมาจากการขัดแย้ง กันทางความคิด ค่านิยม ความเชื่อ หรือความต้องการที่ไม่ตรงกันระหว่างบุคคล เช่น ความขัดแย้งระหว่างเพื่อนกับเพื่อน หรือระหว่างสามีกับภรรยา เป็นต้น อ้างอิง = Folger et al, 2000

Intolerance = ไร้ความอดทน/ไร้ขันติธรรม/ การแสดงออกเนื่องมากจาก การไม่พยายามทำความเข้าใจ/ การทนกันไม่ได้

Intractable Conflict = ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ/ความขัดแย้งเรื้อรัง ??? difficult to manage ??? สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังไม่สามารถหาข้อยุติหรือหนทางแก้ไขได้ หลังจากที่มีความพยายามมาเป็นเวลานาน ซึ่งอาจจะมากกว่าหนึ่งชั่วอายุคน คู่ขัดแย้งมักมีเป้าหมายที่จะทำลายฝ่ายตรงข้ามและอาจจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้านความพยายามในการแก้ไขความขัดแย้งจากบุคคลที่สาม รวมทั้งอาจจะติดกับ ในความขัดแย้งด้วย ความขัดแย้งยืดเยื้อนี้มักจะเป็นความขัดแย้งที่เกี่ยวข้อง กับความต้องการพื้นฐานของคู่ขัดแย้งมากกว่าเรื่องผลประโยชน์ อ้างอิง = Kriesberg, 2002

Intragroup Conflict = ความขัดแย้งภายในกลุ่ม ภาวะการณ์ที่เกิดความขัดแย้งภายในกลุ่มบุคคล อันเนื่องมาจากการ ขัดแย้งกันทางความคิด ค่านิยม ความเชื่อ หรือความต้องการที่ไม่ตรงกันระหว่างบุคคลในกลุ่มนั้น เช่น ความขัดแย้งในครอบครัว ในกลุ่มเพื่อนหรือ ในกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ อ้างอิง = Fisher, 1997; Folger et al, 2000

Intrapersonal Conflict = ความขัดแย้งภายในจิตใจ ภาวการณ์ที่เกิดความขัดแย้งภายในจิตใจของปัจเจกบุคคลอันเนื่องมา จากการขัดแย้งกันทางความคิด ความรู้สึก ค่านิยม หรือความเชื่อบางประการ ภายในปัจเจกบุคคลนั้น เช่น ความสับสนในจิตใจที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง เงินกับอุดมการณ์ เป็นต้น อ้างอิง = Diamond, 2001; Folger et al, 2000

Isolation = การโดดเดี่ยว/ การแยกโดด อ้างอิง = อุษามาศ, 2547

Issue = ประเด็น

Issue Analysis = การวิเคราะห์ประเด็น ประเด็นมีอะไรบ้าง คู่เจรจาสามารถช่วยพิจารณาว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่ต้องพิจารณาโดยยังไม่มีการลงรายละเอียดว่ามีเนื้อเรื่องอย่างไร แต่ให้คู่เจรจาตกลงในหัวข้อประเด็นทั้งหมด และให้คู่เจรจาให้ความเห็นชอบในประเด็นทั้งหมดก่อนว่าจะคุยกันทั้งหมดกี่เรื่อง อ้างอิง = วันชัย , 2547


Judge-Hosted Settlement Conferences = การไกล่เกลี่ยโดยศาล/ การประชุมเพื่อยุติปัญหาโดยผู้พิพากษา

Just Peace = สันติยุติธรรม/ สันติที่ยุติธรรม สภาวะสันติซึ่งรวมความเป็นธรรมเป็นส่วนหนึ่งของความหมาย อ้างอิง = มารค, 2547

Just War Theory = ทฤษฎีธรรมสงคราม/ ทฤษฎีสงครามที่เป็นธรรม ทฤษฎีที่ยอมรับว่ามนุษย์สามารถทำสงครามได้ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้ 1) ผู้กระทำสงครามต้องมีอำนาจหน้าที่อันชอบธรรม 2) ต้องมีเหตุผล อันเป็นธรรม/ ต้องมีสาเหตุอันชอบธรรม (Just cause) 3) รวมทั้งมีเจตนาที่จะส่งเสริมและปกป้องความดี 4) และต้องไม่ทำร้ายหรือฆ่าพลเรือนหรือผู้บริสุทธิ์ 5) ซึ่งสงครามนี้จะต้องเป็น วิถีทางสุดท้ายหลังจากที่ได้มีความพยายามใช้สันติวิธีอย่างถึงที่สุดแล้ว อ้างอิง = Evans & Newnham,??? 1998

Jurisdiction = เขตอำนาจศาลในการพิจารณา/ เขตอำนาจในการดำเนินการ

Justice = ความยุติธรรม สภาวะที่ผู้คนในสังคมมีสถานะเสมอภาคกัน (Equality) ทางกฎหมายได้ รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม (Fairness) โดยไม่คำนึงถึงฐานะทางสังคม และได้ รับการจัดสรรทรัพยากรที่มีในสังคมอย่างเที่ยงธรรม (Equity) โดยคำนึงถึง การสนองตอบต่อความจำเป็นหรือความต้องการพื้นฐาน ของผู้คนในสังคม เป็นหลักใหญ่สำคัญ อ้างอิง = Abu-Nimer, 2001; Folger et al, 2001; Galtung, 2001; Zinn, 1997


Latent Conflict = ความขัดแย้งแฝง สภาวะที่มีปัจจัยหรือเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง เช่น การขาด แคลนของทรัพยากรหรือการมีความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ยังไม่แสดงอาการอย่างชัดเจนหรือยังไม่มีการเคลื่อนไหวดำเนินการใดๆ จากคู่ขัดแย้ง เปรียบเสมือนหนึ่งว่าไม่มีความขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้น อ้างอิง = Miall et al, 2000

Legitimacy = ความชอบธรรม ระดับของความถูกต้องและการเป็นที่ยอมรับของกระบวนการตัดสินใจหรือการจัดการกับความขัดแย้งใดๆว่ามีมากหรือน้อยเพียงใด อ้างอิง = Folger et al, 2001

Litigation = การต่อสู้คดีในศาล/ คดีความ กระบวนการจัดการกับความขัดแย้งที่อาศัยกระบวนการทางการศาล โดยมีผู้พิพากษาเป็นผู้พิจารณาและตัดสินคดีในศาล ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวจะมี ผลผูกพันทางกฎหมายต่อคู่กรณี อ้างอิง = Isenhart & Spangle, 2000

Logrolling = การถ้อยทีถ้อยยอม/การผลัดกันยอม การแก้ไขปัญหาโดยแต่ละฝ่ายยอมเสียสละประเด็นที่มีความสำคัญลำดับรองสำหรับตน แต่มีความสำคัญลำดับสูงต่ออีกฝ่าย เพื่อให้การแก้ไข ปัญหาหรือการเจรจาต่อรองดำเนินไปได้ โดยการยอมเสียสละนี้ จะต้องเป็นลักษณะของการสลับผลัดกันหรือแลกเปลี่ยนกัน เพื่อมิให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าตนต้องยอมอยู่ ฝ่ายเดียว อ้างอิง = Lewicki et al, 2001

Lose-Lose Situation = สถานการณ์แพ้-แพ้ สถานการณ์การจัดการกับความขัดแย้งที่ทั้งสองฝ่ายไม่มีความพึงพอใจกับสิ่งที่ตนได้รับ ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมหรือนามธรรม ซึ่งมักจะเป็นผลที่เกิดจากการจัดการกับความขัดแย้งที่คู่ขัดแย้งทำทุกวิถีทาง ในการแข่งขันกันเพื่อบรรลุผลประโยชน์ส่วนตนและกีดกันอีกฝ่ายไม่ให้ได้รับ สิ่งที่ต้องการถือเป็นสถานการณ์ที่แพ้ทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครชนะ อ้างอิง = Fisher et al, 1991; Folger et al, 2001; Isenhart & Spangle, 2000; Miall et al, 2000


Med-Arb (Mediation-Arbitration) = การผสมผสานกระบวน การไกล่เกลี่ยและอนุญาโตตุลาการ กระบวนการจัดการกับความขัดแย้งที่ใช้การไกล่เกลี่ยในช่วงแรกของการพูดคุย แต่ถ้าคู่ขัดแย้งไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ด้วยตนเองผู้ ไกล่เกลี่ยจะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นอนุญาโตตุลาการ เพื่อตัดสินชี้ขาดใน ประเด็นที่คู่ขัดแย้งไม่อาจตกลงกันได้ ซึ่งคำตัดสินดังกล่าว จะมีผลผูกพันต่อทั้ง สองฝ่ายด้วย อ้างอิง = Burgess & Burgess, 1997; Isenhart & Spangle, 2000 Mediation = การไกล่เกลี่ยคนกลาง/การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กระบวนการจัดการกับความขัดแย้งที่อาศัยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ซึ่ง ได้รับการยินยอมจากคู่ขัดแย้ง มีความเป็นกลาง และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด มีทักษะ ความเชี่ยวชาญในการจัดการกับความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ เป็นผู้ดำเนิน กระบวนการ (Facilitate) ให้เกิดข้อตกลงอันเกิดจากการเสนอ ทั้งสองฝ่ายแต่ไม่ใช่ผู้ตัดสินชี้ขาดในข้อพิพาท อ้างอิง = Fisher, 2001; Isenhart & Spangle, 2000

Michigan Mediation (Case Valuation) = การวิเคราะห์คดีโดยทนายความ (การตั้งนักกฎหมายให้วิเคราะห์ผลของคดี)/การประเมินคดี (น่าจะมีคำอธิบายของที่มาของการใช้ชื่อ Michigan

Mini Trial = การพิจารณาคดีโดยย่อ กระบวนการจัดการกับความขัดแย้งที่ผสมผสานการเจรจาต่อรองการไกล่เกลี่ย และการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด อ้างอิง = Burgess & Burgess, 1997; Isenhart & Spangle, 2000

Mini trial = ใช้ในกรณีเจรจาระหว่างเฉพาะไตรภาคี

Mini-trial or Executive Tribunal = คณะกรรมการไตรภาคี (นายจ้าง ลูกจ้าง และบุคคลที่สาม)/การชำระคดีทางบริหาร

Moderated Settlement Conference = การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยศาล/การประชุมเพื่อยุติปัญหาโดยผู้ดำเนินการประชุม

Multidoor = หลายทางเลือก

Multidoor Courthouse or Multi-Option ADR = ทางเลือกในการบริหารงานคดี/การประนอมคดีที่มีหลายทางเลือก

Multi-Party Coordinated Defense = การร่วมมือกันของจำเลย (ผู้ถูกกล่าวหา)ในการต่อสู้คดี/การสู้คดีที่ประสานหลายฝ่าย Multitrack Conflict Resolution = การแก้ไขความขัดแย้งหลายทาง การแก้ไขความขัดแย้งโดยกลุ่มคนในระดับต่างๆในสังคมทั้งในระดับสูง ระดับกลาง และระดับรากหญ้า ผ่านหลายวิธีการทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การเจรจาต่อรอง หรือ การสนทนาพูดคุย ซึ่งได้ดำเนินไปพร้อมๆ กัน อ้างอิง = Miall et al, 2000

Mutually Assured Destruction (MAD) = การทำลายอย่าง เบ็ดเสร็จ/ความหายนะร่วมกันอย่างแน่นอน อ้างอิง = อุษามาศ, 2547

Myth = มายาคติ อ้างอิง = ชัยวัฒน์, 2539

Negative Peace = สันติภาพเชิงลบ อการต่อสู้มิได้หมายถึงสันติภาพอย่างแท้จริง ,การต่อสู้ที่ได้ไม่ได้รับสันติภาพอย่างแท้จริง อ้างอิง = Galtung, 1996

Negotiated Rulemaking (Regulation-Negotiation) = การเจรจาเพื่อสร้างข้อตกลง/เจรจา-กติกา/การวางกติกาโดยการเจรจาในต่าง ประเทศใช้คำว่า Neg Reg ซึ่งหมายถึงการเจรจาก่อนการออกกฎหมาย อ้างอิง = Moore, 2003

Negotiation = การเจรจาต่อรอง/ การเจรจา กระบวนการพูดคุยเจรจาต่อรองโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป เพื่อจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกัน โดยแต่ละฝ่ายต่างก็มีสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ และเชื่อว่าจะสามารถเจรจาให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมให้ในสิ่งที่ตนต้องการได้ ดังนั้นคู่เจรจาจึงมีความสัมพันธ์ในเชิงพึ่งพาอาศัยกัน (Interde pendence) (ดู Mediation) อ้างอิง = Hammer, 2001; Lewicki et al, 2001

Neutrality = ความเป็นกลาง การเป็นกลางในเชิงความสัมพันธ์ของบุคคลที่สามที่มีต่อทั้งสองฝ่ายทั้งก่อนและระหว่างกระบวนการจัดการความขัดแย้งตลอดจนการไม่หวังผลความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ส่วนตัวในอนาคตกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้นจากกระบวนการนั้น อ้างอิง = Isenhart & Spangle, 2000

Noncooperation = การไม่ให้ความร่วมมือ ,การปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ failure to cooperation การปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ สนับสนุน หรือมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กร หรือระบบที่ผู้คัดค้านขัดแย้งด้วย เนื่องจากผู้คัดค้าน เห็นว่ามี การกระทำที่ไม่ถูกต้อง หรือมีความอยุติธรรมเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน สังคม การเมือง หรือเศรษฐกิจ การไม่ให้ความร่วมมือนี้อาจจะทำได้โดยการงดเว้นการปฏิบัติใดๆที่ได้ทำเป็นประจำต่อบุคคลหรือองค์กรดังกล่าว เช่น การหยุดงาน หรือการเลิกซื้อหรือเลิกขายสินค้าบางชนิด เป็นต้น อีกฝ่ายหนึ่งอาจจะถูกต้องแต่ผู้ไม่ให้ความร่วมมือไม่ถูกต้องด้วยก็ได้ อ้างอิง = Sharp, 1973

Non-Governmental Organization (NGO) = องค์กรพัฒนา เอกชน (องค์การเอกชน)

Nonverbal Communication = ภาษาท่าทาง การส่งข้อความหรือสื่อความหมายถึงผู้อื่นโดยไม่ใช้คำพูดแต่ใช้ภาษากายแทน เช่น การแสดงออกทางสีหน้า ลักษณะท่าทาง การเคลื่อนไหวของ ส่วนต่างๆของร่างกาย และการสัมผัส ภาษากายเหล่านี้สามารถแสดงทัศนคติ ทั้งบวกและลบของผู้ส่ง โดยผู้ส่งอาจจะตั้งใจหรือไม่รู้ตัวก็ได้ ในสถานการณ์ ความขัดแย้งภาษากายของคู่ขัดแย้งสามารถผ่อนคลายหรือเพิ่มความตึงเครียด ต่ออีกฝ่าย ซึ่งอาจส่งผลให้การจัดการกับความขัดแย้งเป็นไปอย่างราบรื่นหรือ ยากขึ้นได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในความขัดแย้งที่มีความเปราะบางสูงเมื่อไรก็ตาม ที่คำพูดกับภาษากายไม่สอดคล้องกัน มนุษย์มักจะเลือกที่จะเชื่อข้อความที่ส่ง ผ่านทางกายมากกว่าคำพูด อ้างอิง = Weaver, 2000

Nonviolence = สันติวิธี/ความไร้ความรุนแรง มุมมองในการจัดการกับความขัดแย้งที่ยึดมั่นในวิถีทางแห่งสันติ โดยปฏิเสธการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบซึ่งรวมถึงการไม่ตอบโต้อีกฝ่าย โดยใช้ความรุนแรง แม้ว่าจะถูกกระทำด้วยความรุนแรงก็ตาม อ้างอิง = Bondurant, 1969; Burrowes, 1996; Chaiwat & True, 1998; Gandhi, 1968; Sharp, 1973

Nonviolent Action = ปฏิบัติการไร้ความรุนแรง ปฏิบัติการ,กิจกรรม, หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ใช้ความรุนแรงใน เหตุการณ์ความขัดแย้ง ซึ่งกระทำขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการโดยมีวิธี การและเทคนิคมากมาย ซึ่งแบ่งได้เป็นสามประเภทคือ การประท้วง และ จูงใจ โดยไม่ใช้ความรุนแรง, การไม่ให้ความร่วมมือ, และการขัดขวางโดยไม่ใช้ ความรุนแรง ปฏิบัติการสันติวิธีนี้ ถือเป็นการกระทำ (Action) มิใช่เป็นการนิ่ง เฉย (Passive) แต่เป็นการกระทำที่ปราศจากความรุนแรงซึ่งต้องอาศัยความ กล้าหาญเด็ดเดี่ยว อ้างอิง = Ackerman & Kruegler, 1994; Burrowes, 1996; Sharp, 1973

Nonviolent Intervention = การแทรกแซงโดยไม่ใช้ความรุนแรง การเข้าแทรกแซงในสถานการณ์ความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง การแทรกแซงนี้อาจแบ่งได้เป็นสองรูปแบบ รูปแบบแรกคือการรบกวนหรือ เข้าขัดขวางแบบแผนพฤติกรรมหรือนโยบาย ที่ถูกคัดค้านหรือถูกมองว่าไม่ เป็นธรรม ส่วนรูปแบบที่สองคือการสร้างแบบแผนพฤติกรรมหรือนโยบายขึ้น ใหม่ ที่ผู้คัดค้านเห็นว่าถูกต้องเหมาะสมซึ่งแทรกแซงโดยไม่ใช้ความ รุนแรงนี้ อาจจะทำได้ในทางกายภาพ เช่น การนั่งประท้วง (Sit-in), ทางจิตวิทยา เช่น การ อดอาหาร, และทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เช่น การสร้างสถาบันทางสังคม เศรษฐกิจ หรือการเมืองหนึ่งขึ้นมา เพื่อเป็นทาง เลือกใหม่แทนสถาบันเก่า อ้างอิง = Sharp, 1973

Nonviolent Protest and Persuasion = การประท้วงและโน้มน้าว/ จูงใจโดย ไม่ใช้ความรุนแรง วิธีการประท้วงและโน้มน้าว/ จูงใจโดยใช้การกระทำเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic acts) เช่น การเดินขบวน หรือการใช้ภาพหรือข้อความ เพื่อแสดงการคัดค้าน สิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างสันติ หรือเพื่อจูงใจผู้พบเห็นหรือกลุ่มเป้าหมายให้เข้าใจถึง จุดยืนหรือความต้องการของผู้คัดค้าน อ้างอิง = Sharp, 1973


Ombudsman = ผู้พิจารณาเรื่องร้องทุกข์/ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา บุคคลที่เป็นกลางและไม่ขึ้นกับการควบคุมของฝ่ายใด ซึ่งทำหน้าที่ใน การรับฟังปัญหา เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อผู้ที่เกี่ยวข้องหรือ อาจรวมทั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย อ้างอิง = Burgess & Burgess, 1997; Isenhart & Spangle, 2000 Opening Statement = คำกล่าวเปิดการเจรจา/ปฐมกถา ?? ผู้ไกล่เกลี่ยจะเป็นผู้กล่าวเปิดการเจรจา อาจเริ่มจากการทักทายคู่เจรจาทั้งสอง แนะนำตัวเองและอธิบายบทบาทที่มีต่อการเจรจา โดยเฉพาะเรื่องของความเป็นกลาง ผู้ไกล่เกลี่ยจะอธิบายและแนะนำกระบวนการเจรจาให้คู่กรณีทราบ เช่น การเจรจานี้จะเป็นความลับ ???(ทำไมต้องเป็นความลับ ????) ผู้ไกล่เกลี่ยไม่ใช่ผู้พิพากษาที่จะมาตัดสินแต่มาให้คำแนะนำอย่างเป็นกลาง อาจมีการแยกเจรจาในบางเวลา และกำหนดกติกา พื้นฐาน (ดู Ground rules) อ้างอิง = วันชัย, 2547 ; ศุภณัฐ, 2547

Overlay Problems = ปัญหาทับซ้อน

Parties = คู่ความ (วิแพ่ง ม.1)/ภาคี/คู่กรณี

Partnering = การร่วมตกลงในวิธีการเพื่อหาข้อยุติเมื่อมีปัญหา/การสร้าง ความร่วมมือ/การเป็นหุ้นส่วน กระบวนการที่รวบรวมผู้เกี่ยวข้องในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งมาพูดคุยกัน เพื่อร่วมทำความเข้าใจและหาข้อตกลงในตัวกิจกรรมและวิธีการดำเนินกิจกรรมนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันหรือแก้ไขความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น อ้างอิง = Fisher el al, 1994

Partnership = การเป็นหุ้นส่วน ดู Collaboration

Peace = สันติภาพ/สันติสุข/ สันติ/ ศานติ สภาวะที่ปราศจากความรุนแรงทั้งทางกายภาพ ทางวาจา ทางโครงสร้าง และทางวัฒนธรรม รวมทั้งสภาวะที่ผู้คนในสังคมปลอดพ้นจากความหวาดกลัว มีความเอื้ออาทรต่อกัน ร่วมมือกัน มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีความ เชื่อมโยงกันทางจิตใจ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ประกอบเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการจัดการ กับความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ในสังคม อ้างอิง = Galtung, 1996; Said et al, 2001

Peace-building = การสร้างสันติภาพ การทำให้เกิดสันติภาพขึ้นโดยเน้นที่การปรับโครงสร้างในบริบทของความขัดแย้งและการปรับความสัมพันธ์ระหว่างคู่ขัดแย้ง โดยมุ่งตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐาน ของมนุษย์เพื่อสร้างความยุติธรรมและสันติภาพที่ยั่งยืนในสังคม อ้างอิง = Folger et al, 2001; Miall et al, 2000; Zartman & Rasmussen, 1997

Peace-keeping = การรักษาสันติภาพ การทำให้เกิดสันติภาพขึ้นโดยการใช้กองกำลังนานาชาติเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยการแยกคู่ขัดแย้งไม่ให้มีการเผชิญหน้าหรือปะทะกันซึ่ง กอง กำลังนี้มักจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบการปฏิบัติตามสัญญาหยุดยิงระหว่างคู่ ขัดแย้งและให้การสนับสนุนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมควบคู่กันไป อ้างอิง = Boutros-Ghali, 1992; Miall et al, 2000; Zartman & Rasmussen, 1997

Peace-making = การก่อสันติภาพ การทำให้เกิดสันติภาพขึ้นโดยเน้นที่การบรรลุข้อตกลงของคู่ขัดแย้ง เพื่อยุติสงครามหรือความขัดแย้งรุนแรง ที่มีการใช้กำลังอาวุธ อ้างอิง = Boutros-Ghali, 1992; Miall et al, 2000; Zartman & Rasmussen, 1997

Perception = การรับรู้ กระบวนการรับรู้ที่บุคคลใช้ในการตีความสิ่งต่างๆ ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม ซึ่งมักจะได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ในอดีต ความเชื่อและ อารมณ์ความรู้สึก เช่น ความกลัว ความโกรธ ความเกลียด หรือความรัก พฤติกรรมของมนุษย์มิได้เกิดจากปัจจัยหรือตัวกระตุ้นต่างๆโดยตรงหากแต่ เกิดจากการมองหรือการรับรู้ตัวกระตุ้นนั้นๆ จะเห็นได้ว่าการสัมผัสรับรู้ความ เป็นจริงนี้สำคัญยิ่งกว่าตัวความเป็นจริงเองเสียอีก เมื่อเป็นเช่นนี้ ในความขัดแย้ง กระบวนการสัมผัสรับรู้ของคู่ขัดแย้งอาจจะถูกปรุงแต่งโดยอารมณ์ ความรู้สึกด้านลบและอคติที่มีต่ออีกฝ่าย ซึ่งจะทำให้มุมมองที่คู่ขัดแย้งมีต่อกัน และกันรวมทั้งมุมมองที่มีต่อตนเองบิดเบือนไปได้ ดังนั้น การทำความเข้าใจ ความขัดแย้ง ส่วนหนึ่งก็คือการทำความเข้าใจกระบวนการรับรู้ต่อประเด็น ปัญหาต่อคู่ขัดแย้งและต่อตนเองของบุคคลที่เกี่ยวข้องนั่นเอง อ้างอิง = Folger et al, 2001; Weaver, 2000

Persuasion = การจูงใจ/ การโน้มน้าว การใช้คำพูด เหตุผล หรืออารมณ์ความรู้สึกโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ซึ่งมุ่งที่จะเปลี่ยนทัศนคติหรือพฤติกรรม หรือจูงใจอีกฝ่ายเพื่อให้ทำตามที่ ต้องการ หรือไม่ทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ นับเป็นการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขึ้นโดยความสมัครใจ อ้างอิง = Folger et al, 2001; Isenhart & Spangle, 2000; Miall et al, 2000; Rubin et al, 1996; Sharp, 1973

Polarization = การแบ่งขั้ว/ การแยกขั้ว สถานการณ์ที่ความสัมพันธ์ระหว่างคู่ขัดแย้งเริ่มเสื่อมลง (Deteriorate) ช่องว่างระหว่างกันเริ่มมีความห่างมากขึ้น มีความเป็นฝักฝ่ายอย่างชัดเจนต่าง ฝ่ายต่างมีอคติต่อคู่ขัดแย้ง เริ่มมองอีกฝ่ายในภาพลบ และความรู้สึกที่ว่าฝ่ายตรง ข้ามเป็นศัตรูมีความชัดเจนมากขึ้น ในขณะที่ความผูกพันและความภักดีต่อ กลุ่มของตนก็เพิ่มมากขึ้นในเวลาเดียวกัน อ้างอิง = Fisher 1997; Kriesberg, 1998

Policy Dialogue = การสนทนาเพื่อกำหนดนโยบายร่วมกัน/การเสวนา เชิงนโยบาย/ การสานเสวนานโยบาย การพูดคุยสนทนาในประเด็นความขัดแย้งเรื่องนโยบายสาธารณะเป็นกระบวนการที่นำตัวแทนของคู่ขัดแย้งมาพูดคุยสนทนาอย่างเปิดอก เพื่อ ปรับปรุงความสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ประเมินความเป็นไปได้ของการหาฉันทามติในการยุติข้อขัดแย้ง อ้างอิง = Abu-Nimer, 1999; Fisher, 1997; Kelman, 1996

Political Context = บริบททางการเมือง

Position = จุดยืน ประเด็นหรือสถานะที่คู่ขัดแย้งต่างประกาศอย่างชัดเจนว่าต้องการจะได้มา ซึ่งจุดยืนนี้จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์และ/หรือความจำเป็น พื้นฐาน โดยปกติจุดยืนจะมีความแข็งตัวและมักจะไม่มีความยืดหยุ่น แต่ก็ สามารถปรับเปลี่ยนได้ถ้าคู่ขัดแย้งร่วมมือกันเพื่อจัดการกับความขัดแย้ง อย่างสร้างสรรค์ อ้างอิง = Fisher et al, 1991

Positional-based Negotiation = การเจรจาบนจุดยืน/ การเจรจาโดย ยึดจุดยืน/การเจรจาโดยเน้นจุดยืน การเจรจาต่อรองที่ใช้จุดยืนของคู่เจรจาเป็นตัวตั้ง โดยมุ่งที่จะถกเถียง ต่อรองบนจุดยืนของแต่ละฝ่าย แทนที่จะเจรจากัน โดยพิจารณาผลประโยชน์ เบื้องหลังจุดยืนเป็นหลักการเจรจาต่อรองชนิดนี้จะทำให้เกิดการชะงักงันของ กระบวนการเจรจาได้ เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วจุดยืนของแต่ละฝ่ายมักจะ ไปด้วยกันไม่ได้หรือเป็นไปในทางตรงกันข้ามและไม่มีความยืดหยุ่น อ้างอิง = Fisher et al, 1991

Positive Peace = สันติภาพเชิงบวก สภาวะที่ปราศจากความรุนแรงทางกายภาพ ทางโครงสร้าง และทางวัฒนธรรม (ดู Negative Peace) อ้างอิง = Galtung, 1996

Power = อำนาจ/ พลัง ความสามารถในการควบคุมหรือมีอิทธิพลต่อเหตุการณ์และ/หรือบุคคล อ้างอิง = Folger et al, 2001

Practitioners = ผู้ปฏิบัติ/นักปฏิบัติ

Pragmatic Nonviolence = สันติวิธีเชิงปฏิบัตินิยม การต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือทางการเมืองโดยไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเอาชนะ เชื่อว่าสันติวิธีเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมและทรงประสิทธิภาพที่สุดในการโจมตีหรือเอาชนะคู่ต่อสู้ ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงด้วยเหตุผลที่ว่าความรุนแรงไม่สามารถนำมาซึ่งชัยชนะได้ เทคนิควิธีการต่อสู้นี้ มุ่งเน้นด้านการวางแผนยุทธศาสตร์มากกว่าด้านศีลธรรม โดยมองว่าฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นศัตรูที่จะต้องเอาชนะ จะเห็นได้ว่าผู้ต่อสู้เลือก ใช้สันติวิธีด้วยเหตุผลทางการปฏิบัติ ซึ่งต่างจากสันติวิธีเชิงจริยธรรมที่ผู้ต่อสู้เลือกใช้ด้วยเหตุผลทางศีลธรรม อ้างอิง = Ackerman & Kruegler, 1994; Burrowes, 1996

Pre Hearing Review/Pre Trial Review = การประชุมก่อนวัน นัดพิจารณาของศาล/การไต่สวนมูลฟ้อง/การไต่สวนเบื้องต้น

Predispute ADR Contract Clause = ข้อกำหนดในสัญญาในวิธี การแก้ไขปัญหาด้วยการไกล่เกลี่ย/ข้อสัญญาประนอมในชั้นศาลก่อนการพิจารณา

Prejudice = อคติ ความรู้สึกหรือความเชื่อเชิงลบต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่แตกต่างไปจากตน ซึ่งความแตกต่างนี้อาจจะเป็นทั้งในแง่ของเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ หรืออาชีพผู้คนมักจะมีแนวโน้มที่ยังคงยึดถืออคติที่ตนมีต่อผู้อื่นอยู่แม้ว่า จะมีประสบพบเห็นกับสิ่งที่ขัดต่ออคติดังกล่าวก็ตาม อ้างอิง = Weaver, 2000

Preliminary Meeting = วันนัดชี้สองสถานของศาล

Preventive Diplomacy = การทูตเชิงป้องกัน การใช้นโยบายหรือการเจรจาทางการทูตทั้งในเชิงป้องกันการเกิดขึ้นของข้อพิพาท ป้องกันมิให้ข้อพิพาทกลายเป็นความขัดแย้ง และจำกัดการขยาย ตัวของความขัดแย้งในกรณีที่ได้เกิดความขัดแย้งขึ้นแล้ว อ้างอิง = Boutros-Ghali, 1992

Principled Nonviolence = สันติวิธีเชิงจริยธรรม/ สันติวิธีโดยมีหลักการ การต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือทางการเมืองโดยไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักและจริยธรรม ปฏิเสธความ รุนแรงด้วยเหตุผลที่ว่าความรุนแรงทำความเสียหายให้แก่ชีวิตก่อเกิดวงจรแห่ง ความแค้นและความเกลียดชัง สันติวิธีเชิงจริยธรรมนี้เน้นความสอดคล้องกัน ของเป้าหมายและวิธีการกล่าวคือ ไม่สามารถใช้วิธีการที่รุนแรง เพื่อให้ได้มา ซึ่งสันติภาพได้ ลักษณะสำคัญอีกประการคือ สันติวิธีเชิงจริยธรรมไม่เป็นเพียงแค่เทคนิควิธีการต่อสู้เท่านั้น แต่ยังเป็นวิถีชีวิตด้วยจะเห็นได้ว่าผู้ต่อสู้เลือก ใช้สันติวิธีด้วยเหตุผลทางจริยธรรมซึ่งต่างจากสันติวิธีเชิงผลปฏิบัติที่ผู้ต่อสู้ เลือกใช้ด้วยเหตุผลทางการปฏิบัติ อ้างอิง = Bondurant, 1969; Burrowes, 1996; Gandhi, 1968

Problem-Solving Workshop = การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการแก้ปัญหา การประชุมอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างบุคคลซึ่ง อาจเรียกได้ว่า เป็นตัวแทนอย่างไม่เป็นทางการแต่มีอิทธิพลต่อของกลุ่มที่เป็นคู่ขัดแย้ง (influential but unofficial representatives) โดยมีบุคคลที่สามเป็นผู้ดำเนินการประชุมเพื่อ พูดคุยและวิเคราะห์ถึงปัญหาความขัดแย้งตลอดจนหนทางแก้ไขจัดได้ว่าเป็น การประชุมที่มีการจัดรูปแบบโครงสร้าง, กระบวนการ, และเนื้อหาที่ตั้งอยู่บน พื้นฐานของจิตวิทยาสังคม อ้างอิง = Kelman, 1996

Problem-Solving Mediation = การไกล่เกลี่ยเชิงแก้ไขปัญหา การไกล่เกลี่ยที่เน้นการแก้ไขปัญหาระหว่างคู่ขัดแย้งเป็นหลักโดยมุ่ง หาทางออกต่อปัญหาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงที่เป็นที่ยอมรับของคู่ขัดแย้ง อ้างอิง = Bush & Folger, 1994; Fisher, 2001; Kelman, 1996

Procedural Justice = ความยุติธรรมตามวิธีพิจารณา ความยุติธรรมที่เน้นเรื่องกระบวนการตัดสินใจว่าต้องมีความเป็นธรรมและถูกต้องโปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ อ้างอิง = Folger et al, 2001; Zinn, 1997

Public Consultation = การหารือสาธารณะ/ การปรึกษาหารือสาธารณะ อ้างอิง = ไพบูลย์, 2547

Public Hearing = การรับฟังสาธารณะ/การประชาพิจารณ์ อ้างอิง = ไพบูลย์, 2547

Public Reason = เหตุผลสาธารณะ Reciprocity = การแลกเปลี่ยนอย่างทัดเทียม ปรากฏการณ์ที่การกระทำของฝ่ายหนึ่งตอบสนองสอดคล้องในลักษณะทิศทางเดียวกันกับการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่ง ในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งใช้วิธีหรือ มีพฤติกรรมในเชิงต่อสู้แข่งขันกัน อีกฝ่ายก็จะใช้วิธีหรือมีพฤติกรรมในเชิงต่อสู้แข่งขันกันเป็นการตอบโต้ แต่ถ้าฝ่ายหนึ่งใช้วิธีหรือ มีพฤติกรรมในเชิง ร่วมมือกัน อีกฝ่ายก็จะใช้วิธีหรือ มีพฤติกรรมในเชิงร่วมมือกันเป็นการตอบแทน กลยุทธ์นี้อาจจะถูกเลือก ใช้เพื่อแสดงให้อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่า การต่อสู้แข่งขันกันจะก่อให้เกิดผลเสียกับตนเอง ซึ่งถือเป็นการลงโทษอย่างหนึ่ง และ เพื่อให้เห็นว่า การร่วมมือกันจะก่อให้เกิดผลดีกับตนเอง ซึ่งนับเป็นการให้ รางวัลอย่างหนึ่งต่อฝ่ายตรงข้าม อ้างอิง = Folger et al, 2001; Hammer, 2001; Lewicki et al, 2001 Recognition = การแสดงว่าเห็นคุณค่า/การยอมรับ การยอมรับความรู้สึกและปัญหาของผู้อื่น (Acknowledgement) รวมทั้งมีความรู้สึกร่วมและเข้าถึงใจของผู้อื่น (Empathy) ตลอดจนเห็นคุณค่าหรือให้ ความสำคัญกับปัญหาหรือความรู้สึกนั้นๆ อ้างอิง = Bush & Folger, 1994

Reconciliation = การคืนดี/การปรองดอง/ ความสมานฉันท์ กระบวนการเยียวยาหลังสถานการณ์ความรุนแรงที่มุ่งจะรักษาจิตใจ ของทั้งผู้ที่ได้รับผล กระทบจาก ความขัดแย้งและผู้กระทำผิดที่สำนึกผิด และ มุ่งที่จะมอง ไปข้างหน้าเพื่อป้องกันการปะทุขึ้นอีกครั้งของความสัมพันธ์ที่เลว ร้ายระหว่างกันในอดีตนับเป็นกระบวนการที่จำเป็นหลังความขัดแย้งเพื่อสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเกิดสันติภาพและความยุติธรรมในอนาคต อ้างอิง = Abu-Nimer, 2001; Galtung, 2001; Lederach, 1997

Reframing = การปรับเปลี่ยนกรอบ การปรับเปลี่ยนกรอบคำพูด วิธีคิด วิธีเจรจา หรือการนำถ้อยคำที่แสดง ออกของคู่เจรจามาเรียบเรียงใหม่แล้วนำเสนอ เป็นวิธีการหนึ่ง ของทักษะการ สื่อสาร เพื่อเรียบเรียงถ้อยคำที่เป็นลบหรือกล่าวหากันขึ้นใหม่ ในลักษณะของ การรับรู้ความห่วงกังวลแล้วมองไปในอนาคต ทั้งยังรักษาเนื้อความของคู่ เจรจาอยู่ อ้างอิง = วันชัย, 2544

Religious Conflict = ความขัดแย้งทางศาสนา สถานการณ์ความขัดแย้งที่มีรากฐานจากศาสนา เป็นความขัดแย้ง ระหว่างกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อทางศาสนาแตกต่างกัน ต่างฝ่ายต่างมีความเชื่อ ในศาสนาของตนเป็นแรงขับให้เกิดความขัดแย้ง อ้างอิง = Miall et al, 2000

Rendering of Benefits = การให้ประโยชน์ อ้างอิง = อุษามาศ, 2547

Restitution = การชดใช้/การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน วิธีการคืนดีที่มุ่งเน้นการชดใช้หรือซ่อมแซมสิ่งที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งสูญเสียไป เช่น การสร้างบ้านใหม่ให้หลังจากที่หลังเก่าได้ถูกทำลายไป หรือการจ่ายเงินทดแทน เป็นต้น วิธีการคืนดีแบบนี้เป็นการชดเชยทางด้านวัตถุ ซึ่งต่างจากวิธีการคืนดีด้วยการขอโทษ ซึ่งเป็นการชดเชยทางด้านจิตใจ อ้างอิง = Galtung, 2001

Restorative Justice = ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์/ ความยุติธรรม เชิงฟื้นฟู ความยุติธรรมที่ไม่มองการลงโทษผู้กระทำผิด หรือการชดใช้โดยผู้ กระทำผิดเป็นเป้าหมายสุดท้าย แต่เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง ในหลายๆ องค์ ประกอบของการแก้ไขความขัดแย้ง ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ต้องให้ ความสำคัญ เช่น ความสัมพันธ์ต่อกันของคู่ขัดแย้งในอนาคต เป็นต้น เป็นการป้องกันการแก้ แค้นที่อาจเกิดขึ้นในนามของความยุติธรรม ความยุติธรรมชนิดนี้จึงมุ่งที่จะคืน ดีแก้ไขระหว่างผู้กระทำผิดกับผู้ที่ได้รับผลกระทบและสังคมโดยรวม อ้างอิง = Hudson & Galaway, 1996

Retreat = การเจรจาอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้นำ/การประชุมตั้งสติเพื่อพิจารณาข้อมูลและกระบวนการต่าง ๆ/ การเข้าเงียบ อ้างอิง = อุษามาศ, 2547

Retribution = การแก้แค้น/การตอบโต้อย่างสาสม/ การลงโทษ

Retributive Justice = ความยุติธรรมเชิงชดใช้/ ความยุติธรรมตามโทษนุโทษ เป็นการใช้แนวคิดการแก้ปัญหาด้วยวิธีการลงโทษที่รุนแรงตอบกลับกับผู้กระทำ เช่น ทำร้ายผู้อื่น ต้องได้รับโทษให้สาสมกับสิ่งที่ทำ เช่น จำคุก เป็น เวลานาน ความยุติธรรมในความหมายการลงโทษในฐานะการชดใช้ความผิดที่ทำลงไป อ้างอิง= โคทม, 2548

Ripeness = ภาวะสุกงอม ภาวะที่สถานการณ์ความขัดแย้งได้ดำเนินมาถึงจุดที่พร้อมจะได้รับการแทรกแซงโดยบุคคลที่สามหรือฝ่ายต่างๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อคู่ขัดแย้งได้ตระหนักว่าชัยชนะที่อาจจะได้มาจากการต่อสู้นั้นไม่คุ้มค่าอีกต่อไปเมื่อเปรียบ เทียบกับสิ่งที่จะต้องสูญเสียไป อ้างอิง = Kriesberg & Thorson, 1991; Zartman & Rasmussen, 1997

Role Reversal = การสลับบทบาท อ้างอิง = อุษามาศ, 2547


Sanction = การคว่ำบาตร/การไม่ติดต่อกับฝ่ายที่สร้างความขัดแย้งโดย ดำเนินการทางเศรษฐกิจและทางทหาร อ้างอิง = อุษามาศ, 2547

Satyagraha = สัตยาเคราะห์ การต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือทางการเมืองที่ยึดมั่นใน สัจจะ ความรัก และความเสียสละ ผู้ปฏิบัติมีสมมติฐานว่า การจัดการกับความ ขัดแย้งเป็นการค้นหาความจริง และไม่มีมนุษย์คนใดที่สามารถเข้าถึงความจริง สูงสุดได้ ดังนั้นจึงไม่มีฝ่ายใดมีสิทธิ์ ที่จะใช้ความรุนแรง ในสถานการณ์ความ ขัดแย้งความรุนแรงบิดเบือนกระบวนการค้นหาความจริงและทำให้ความร่วม มือระหว่างสองฝ่ายในการค้นหาความจริงดำเนินไปไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้การ จะเข้าถึงสัจจะได้ต้องใช้อหิงสาเท่านั้น แม้จะโดนตอบโต้ ด้วยความรุนแรงผู้ ปฏิบัติก็ต้องยอมแบกรับความเจ็บปวดนั้น (Self-suffering) ปฏิเสธ การใช้ความ รุนแรงตอบโต้กลับต่อผู้กระทำความรุนแรงการค้นหาความจริงนี้มีความแตก ต่างจากการค้นหาผู้กระทำผิด ในแง่ที่สัตยาเคราะห์เน้นพิจารณาความผิดหรือ สาระของการกระทำผิดมิใช่ ตัวผู้กระทำผิดเองดังที่มหาตมะ คานธีกล่าวไว้ว่า “จงเกลียดชังบาป มิใช่ ผู้กระทำบาป” อ้างอิง = Gandhi, 1968


Sanction = การคว่ำบาตร/การไม่ติดต่อกับฝ่ายที่สร้างความขัดแย้งโดย ดำเนินการทางเศรษฐกิจและทางทหาร อ้างอิง = อุษามาศ, 2547



Segregation = การแบ่งแยก/ การแยกฝ่าย สถานการณ์ที่องค์ประกอบด้านอัตวิสัยเข้าครอบงำคู่ขัดแย้งเกิดความไม่ไว้วางใจกันอย่างมาก การสื่อสารระหว่างกันเป็นไปอย่างจำกัดมีการใช้การ ข่มขู่และใช้ภาพของฝ่ายดีและฝ่ายเลว (Good versus Evil images) อย่างชัดเจนต่อเนื่องทั้งสองฝ่ายได้ถูกแบ่งแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิงโดยเฉพาะทางจิตวิทยา อ้างอิง = Fisher 1997; Kriesberg, 1998

Self-Fulfilling Prophecy = การพยากรณ์ที่ย้ำความเชื่อของตน/ การพยากรณ์ที่ตนดลให้เป็นจริง กระบวนการความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติและพฤติกรรมของคู่ขัดแย้งที่ทัศนคติในแง่ลบของฝ่าย ก ที่มีต่อฝ่าย ข เป็นตัวผลักดัน ให้เจ้าของ ทัศนคติคือฝ่าย ก นั้นมีพฤติกรรมเชิงลบต่อฝ่าย ข ซึ่งในขณะเดียวกัน พฤติกรรมนั้นๆของฝ่าย ก ก็กลายเป็นเครื่องยืนยันทัศนคติเชิงลบของฝ่าย ข ที่มี ต่อฝ่าย ก อันจะทำให้ฝ่าย ข มีพฤติกรรมเชิงลบต่อฝ่าย ก ต่อไปเปรียบเสมือน เกลียวหรือวงจรที่สร้างความรู้สึกไม่ดีต่อกันและกันอย่างไม่สิ้นสุดโดยมี ทัศนคติและพฤติกรรม เชิงลบของทั้งสองฝ่ายเป็นปัจจัยหนุนถือเป็น พฤติกรรมทางสังคมที่ถูกตั้งเงื่อนไข โดยการคาดการณ์ ที่ทั้งสองฝ่ายมีต่อกัน และกัน อ้างอิง = Folger et al, 2001

Shuttle Diplomacy = การเจรจาแบบไปกลับ/การทูตแบบแวะเวียน/ การทูตแบบเวียนวน อ้างอิง = อุษามาศ, 2547 โคทม, 2548

Social Categorization = การจัดประเภททางสังคม กระบวนการพื้นฐานทางสังคมที่บุคคลจะกำหนด อธิบาย หรือให้คำ จำกัดความตนเองว่าตนเป็นใคร โดยการระบุว่าตน เป็นส่วนหนึ่งหรือ สังกัด อยู่ในกลุ่มใด เช่น ตนเป็นผู้หญิง เป็นคนไทย เป็นคนกรุงเทพฯ เป็นแม่ เป็นต้น การจัดประเภททางสังคมเป็นกระบวนการที่แบ่งประเภทกลุ่มต่างๆในสังคมออก จากกัน นอกจากนี้ยังทำให้เห็นลักษณะสำคัญของอัตลักษณ์หรือความเป็นตัว ตนว่าบุคคลคนหนึ่งมิได้มีเพียงอัตลักษณ์เดียว แต่สามารถมีได้หลายอัตลักษณ์ เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นคนเรามักจะมีแนวโน้มที่จะเห็นใจหรือโอนเอียงเข้ากลุ่มที่ตนเห็นว่ามีอัตลักษณ์เดียวกัน อ้างอิง = Fisher 1997; Kriesberg, 1998

Soft Bargaining = การต่อรองแบบนุ่มนวล วิธีการที่มีข้อตกลงเป็นเป้าหมาย การเจรจาแบบนุ่มนวลแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจของอีกฝ่ายหนึ่ง การยินยอมให้สิ่งนั้นเป็นการสร้างสัมพันธภาพ ง่ายที่จะเปลี่ยนจุดยืนลดความกดดัน วิธีการเช่นนี้มีพื้นฐานใหญ่อยู่ที่การสร้าง หรือ รักษาสัมพันธภาพของคู่กรณี อ้างอิง = ศุภณัฐ, 2547

Stakeholder Analysis = การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/การวิเคราะห์ ผู้มีส่วนได้เสีย

Stakeholders = ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/ผู้มีส่วนได้เสีย ผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับหรืออาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์หรือความขัดแย้งหรือจากการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมซึ่งมีทั้งได้รับทั้งทางบวกและทางลบ

Stalemate = ภาวะชะงักงัน/ทางตัน สถานการณ์ที่คู่ขัดแย้งได้ดำเนินมาถึงจุดที่ไม่สามารถ และจะไม่ขยาย ความขัดแย้งให้มากไปกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งอาจจะเนื่องมาจากความเสียหายจาก การต่อสู้ได้เพิ่มมากขึ้นเกินกว่าจะรับได้ หรือจากการร่อยหรอของทรัพยากร ที่จำเป็นในการต่อสู้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มิได้หมายความว่าระดับ ความขัดแย้ง หรือความตึงเครียดจะลดลง อ้างอิง = Zartman & Rasmussen, 1997

Stereotype = ทัศนคติตายตัว/ภาพพจน์แบบเหมารวมตายตัว/ ความคิดแข็งตัว ความเชื่อหรือมุมมองที่ตื้นเขิน (Simplified belief) รวบรัด แข็งตัว ต่อ บุคลิกลักษณะของบุคคลอื่นๆ ซึ่งตั้งอยู่บนความเชื่อ หรือมุมมองที่ผู้มองมีต่อ กลุ่มของบุคคลนั้นๆ ซึ่งอาจจะเป็นจริง หรือคลาดเคลื่อนก็ได้ เช่น มองว่า คนไทยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คนมุสลิมเป็นพวกหัวรุนแรง ผู้หญิงเป็นเพศอ่อนแอ หรือผู้ชายเป็นเพศที่ชอบใช้กำลัง เป็นต้น ผู้ที่มีทัศนคติที่ตายตัวเช่นนี้มักจะ ใช้ทัศนคติที่อาจจะคลาดเคลื่อนเหล่านี้ ตัดสินหรือตีความพฤติกรรมของบุคคล ที่แตกต่างจากตน โดยมองข้ามความหลากหลายของมนุษย์ละเลยความจริงที่ ว่ามนุษย์ทุกคนมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างกันได้ อ้างอิง = Folger et al, 2001; Weaver, 2000 โคทม, 2548

Strike = การโจมตี/ การจู่โจม/ การนัดหยุดงาน อันตราย สิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใดและก่อผลร้ายได้/ เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน อ้างอิง = อุษามาศ, 2547; โคทม, 2548

Structural Violence = ความรุนแรงทางโครงสร้าง/ ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ความรุนแรงที่ไม่มีผู้กระทำชัดเจน แต่เกิดจากโครงสร้างทางสังคมการ เมือง หรือเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน อันนำมาซึ่งการเอารัดเอา เปรียบ การกดขี่หรือการปิดกั้นโอกาสที่จะเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ในสังคมและ ปิดกั้นโอกาส ในการยกระดับคุณภาพชีวิต ความรุนแรงชนิด นี้คือช่องว่าง ระหว่างศักยภาพของมนุษย์กับสิ่งที่เป็นจริง สิ่งใดก็ตาม ที่ส่งเสริม หรือรักษา ความแตกต่างระหว่างศักยภาพของมนุษย์กับสิ่งที่เป็นจริง สิ่งนั้นนับว่าก่อให้ เกิดความรุนแรงทางโครงสร้าง เช่น การที่เด็กคนหนึ่ง เกิดมาในสังคมแต่ต้อง เสียชีวิตไปเนื่องจากการขาดอาหาร ทั้งที่สังคมนั้น มีศักยภาพพอที่จะป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นได้ ถือได้ว่าเด็กได้เสียชีวิตอันเนื่องมาจากความ รุนแรงทางโครงสร้าง อ้างอิง = Galtung, 1996; ชัยวัฒน์, 2539

Structured Settlement Conference = การไกล่เกลี่ยอีกรูปแบบหนึ่ง/ การประชุมเพื่อยุติปัญหาอย่างเป็นระบบ

Super ordinate Goal = เป้าหมายยิ่งยวด เป้าหมายที่ทุกฝ่ายให้คุณค่า ซึ่งสามารถเป็นเป้าหมายร่วมกันของ ทุก ฝ่าย การค้นหาเป้าหมายร่วมนั้น เป็นการก้าวข้ามความแตกต่างที่มีอยู่ระหว่าง ฝ่ายต่างๆ โดยมุ่งที่จะให้เกิดความร่วมมือกันในที่สุด อ้างอิง = Fisher et al, 1994; Folger et al, 2001; Isenhart & Spangle, 2000

Symmetric Conflict = ความขัดแย้งสมมาตร สถานการณ์ความขัดแย้งที่อำนาจของคู่ขัดแย้งมีความสมดุลกันและ มีโครงสร้างความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกัน เช่น กรณีความขัดแย้งระหว่างเพื่อน หรือระหว่างผู้ร่วมงาน เป็นต้น อ้างอิง = Miall et al, 2000

Sympathy = การเห็นใจ/การเห็นอกเห็นใจ การแสดงออกต่ออีกฝ่ายว่าเสียใจหรือเห็นอกเห็นใจต่อสถานการณ์ที่ฝ่ายนั้นได้ประสบอยู่ อย่างไรก็ตาม การเห็นอกเห็นใจนั้น เป็นการแสดงความ เห็นใจจากมุมมองของคนนอก ผู้แสดงความเห็นใจ มิได้มีอารมณ์ร่วมไปกับอีก ฝ่ายซึ่งแตกต่างกันกับการเข้าถึงใจ อ้างอิง = Hammer, 2001




Terrorism = การก่อการร้าย/ การก่อความสะพรึงกลัว การกระทำความรุนแรงอย่างจงใจต่อผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยบุคคลหรือ กลุ่มบุคคลที่มีเป้าหมายทางการเมือง อันจะก่อให้เกิดความ หวาดกลัวแก่ผู้คนจำนวนมากในสังคม เพื่อมุ่งที่จะเรียกความสนใจ และบีบ บังคับกลุ่มเป้าหมายให้กระทำตามสิ่งที่ตนต้องการ อ้างอิง = Miall et al, 2000; Rothman, 1997

Third Party = บุคคลที่สาม/ภาคีที่สาม

Third Party Intervention = การเข้ามามีส่วนของบุคคลที่สาม/ การ ช่วยเหลือโดยบุคคลที่สาม/การแทรกแซงโดยบุคคลที่สาม การเข้าแทรกแซงสถานการณ์ความขัดแย้งโดยบุคคลที่สามเพื่อจัดการหรือแก้ไข ความขัดแย้ง ซึ่งการเข้าแทรกแซงนี้นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงพลวัตของความขัดแย้ง กล่าวคือเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารทัศนคติและพฤติกรรมของคู่ขัดแย้งซึ่งการแทรกแซงความขัดแย้งโดยบุคคลที่สามนี้สามารถกระทำได้ทั้งในระดับที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ อ้างอิง = Fisher, 2001

Threat Power = อำนาจคุกคาม การใช้อำนาจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการบังคับข่มขู่(“ทำสิ่งที่ฉันต้องการ มิฉะนั้นฉันจะทำสิ่งที่คุณไม่ต้องการให้ทำ”) อ้างอิง = Boulding, 1989

Tolerance = การอดทน/ การยอมรับความแตกต่าง/ขันติธรรม/ การทนกันได้ การยอมรับที่จะให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็น กระทำ หรือเชื่อในสิ่งที่เขา ต้องการโดยไม่วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงทำลาย หรือมองว่าเป็น เรื่องไร้สาระและ ไม่ปฏิเสธความเชื่อหรือ ความเห็นดังกล่าว หรือกีดกันการแสดงความคิดเห็น ของผู้อื่น แม้ว่าตนจะ ไม่ชอบหรือ ไม่เห็นด้วยก็ตาม การยอมรับความแตกต่าง ของแต่ละบุคคล นี้ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของ การป้องกันความขัดแย้ง และการอยู่ร่วมกันโดยสันติ อ้างอิง = Weaver, 2000; โคทม, 2548


Transformative Mediation = การไกล่เกลี่ยเพื่อแปลงสภาพความขัดแย้ง/ การไกล่เกลี่ยเพื่อแปลงพ้นความขัดแย้ง การไกล่เกลี่ยที่เน้นการปรับความสัมพันธ์ระหว่างคู่ขัดแย้งให้ดีขึ้น รวมทั้งเน้นการเปลี่ยนแปลงที่ตัวคู่ขัดแย้งเองเป็นหลักมุ่งใช้กระบวนการ ไกล่เกลี่ย เพื่อให้คู่ขัดแย้งเกิดการยอมรับกันและกัน อ้างอิง = Bush & Folger, 1994

Treaty = สนธิสัญญา อ้างอิง = อุษามาศ, 2547

Tripartile = สามฝ่ายประกอบด้วยสามส่วน (สนธิสัญญาสามฝ่าย) อ้างอิง ส. เศรษฐบุตร, 2546 Trust = ความไว้วางใจ (Distrust= ความไม่ไว้วางใจ) ดู : Calculus-based Trust และ Identification-based Trust

Trust Building = การสร้างเสริมความไว้วางใจ กระบวนการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นระหว่างคู่ขัดแย้งซึ่งเป็น กระบวนการที่ซับซ้อนอันขึ้นอยู่กับทั้งพฤติกรรม ความคิด ทัศนคติ มุมมองและลักษณะนิสัยของคู่ขัดแย้ง พฤติกรรมที่แสดงถึงความร่วมมือกันและ การแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างจริงใจ นับเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการสร้าง ความไว้วางใจ อ้างอิง = Folger et al, 2001; Miall et al, 2000

Two Track Approach = การพิจารณาคดีควบคู่ไปกับการไกล่เกลี่ย/วิธีคู่ขนาน

Value = ค่านิยม การให้คุณค่ากับสิ่งต่างๆ ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมว่าดีหรือ เหมาะสม ซึ่งบุคคลปรารถนาจะเห็นหรือต้องการให้เกิดขึ้น ค่านิยม ที่แตกต่าง กันระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอาจทำให้เกิดประเด็นความขัดแย้งในการ ต้องการเห็นหรือต้องการให้สิ่งที่ตนหรือกลุ่มตนคิดว่าดีนั้นเกิดขึ้น หรืออาจจะ ไม่ต้องการเห็นหรือไม่ต้องการสิ่งที่ตนหรือกลุ่มตนคิดว่าไม่ดีเกิดขึ้น ค่านิยม นั้น มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดกับทัศนคติ และกระบวนการรับรู้ ค่านิยม และทัศนคติที่บุคคลมีนั้น จะเป็นการกำหนดความตัวตนของบุคคลนั้นๆด้วย อ้างอิง = Folger et al, 2001; Weaver, 2000

Value Conflict = ความขัดแย้งทางค่านิยม สถานการณ์ความขัดแย้งที่มีรากฐานจากค่านิยมที่แตกต่างกัน คู่ขัดแย้ง ให้คุณค่ากับประเด็นปัญหาทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมว่าดีหรือเหมาะสม ต่างกัน กล่าวคือมีความเห็นต่อสิ่งที่ควรจะเป็นแตกต่างกัน ต่างฝ่ายต่างต้อง การเห็นหรือต้องการให้สิ่งที่ตนหรือกลุ่มตน คิดว่าดีเกิดขึ้นหรืออาจจะไม่ต้อง การเห็นหรือไม่ต้องการให้สิ่งที่คิดว่าไม่ดีเกิดขึ้น อ้างอิง = Miall et al, 2000; Weaver, 2000

Verbal Attack = การกล่าวโจมตี/ การโจมตีด้วยวาจา อ้างอิง = อุษามาศ, 2547 ; โคทม, 2548

Verbal Communication = ภาษาพูด/ การสื่อสารทางวาจา การส่งข้อความหรือสื่อความหมายถึงผู้อื่นโดยใช้คำพูด อย่างไรก็ตาม มนุษย์มิได้ใช้การติดต่อสื่อสารทางวาจาเท่านั้น แต่ยังใช้การสื่อสารด้วยภาษาท่าทาง(Nonverbal Communication)ด้วย อ้างอิง = Weaver, 2000; โคทม, 2548

Violence = ความรุนแรง การใช้กำลังอย่างจงใจโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ที่มุ่งที่จะทำร้ายชีวิต จิตใจ และ/หรือทรัพย์สิน อ้างอิง = Galtung, 1996

Violent/Deadly Conflict = ความขัดแย้งรุนแรง/ความขัดแย้งที่มีการใช้กำลัง ความขัดแย้งที่มีความรุนแรงทางกายภาพเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ กำลังจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือจากทั้งสองฝ่าย เช่น การใช้กำลังเข้าปราบปราม พลเรือน หรือการปะทะกันด้วยอาวุธ เป็นต้น อ้างอิง = Gurr, 2000; Miall et al, 2000

Voluntary Mediation = การไกล่เกลี่ยโดยสมัครใจ

Volunteer Community Mediator = อาสาสมัครไกล่เกลี่ย/ ผู้ไกล่เกลี่ยชุมชนอาสาสมัคร อ้างอิง= โคทม, 2548



Win-Lose Situation = สถานการณ์ชนะ-แพ้ สถานการณ์การจัดการกับความขัดแย้งที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีความพึงพอใจกับสิ่งที่ตนได้รับ ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมหรือนามธรรม ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้รับความพึงพอใจ ซึ่งมักจะเป็นผลที่เกิดจากการจัด การกับความขัดแย้งที่คู่ขัดแย้งแข่งขันกัน เพื่อบรรลุผลประโยชน์ส่วนตนถือ เป็นสถานการณ์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ อ้างอิง = Fisher et al, 1991; Folger et al, 2001; Isenhart & Spangle, 2000; Miall et al, 2000

Win-Win Situation = สถานการณ์ชนะ-ชนะ สถานการณ์การจัดการกับความขัดแย้งที่ทั้งสองฝ่ายมีความพึงพอใจกับสิ่งที่ตนได้รับไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมหรือนามธรรมซึ่งมัก จะเป็นผลที่เกิดจากการจัดการกับความขัดแย้งที่คู่ขัดแย้งร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อ บรรลุผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ถือเป็นสถานการณ์ที่ชนะทั้งสองฝ่าย อ้างอิง = Fisher et al, 1991; Folger et al, 2001; Isenhart & Spangle, 2000; Miall et al, 2000

Wise men (or women) = ผู้หลักผู้ใหญ่ (เจ้าโคตรในวัฒนธรรมอีสาน)/ ปราชญ์ ผู้อาวุโสที่เป็นที่เคารพนับถือ ได้รับการยอมรับจากประชาชนในถิ่นนั้น อ้างอิง = ถวิลวดี, 2548 Worst Alternative to a Negotiated Agreement (WATNA)= ทางเลือกที่แย่ที่สุดแทนการเจรจา/วิถีทางอื่นที่ดีน้อยที่สุดแทนการเจรจา/ ทางเลือกที่แย่ที่สุดนอกเหนือการเจรจาตกลงกัน

Zero-Sum Thinking = การคิดแบบได้เสีย/ การคิดว่าฝ่ายหนึ่งได้อีกฝ่ายต้องเสีย การมองความขัดแย้งที่ผู้มองเชื่อว่า การได้มาซึ่งสิ่งที่ฝ่ายหนึ่งต้องการ คือการสูญเสียของอีกฝ่ายหนึ่ง หรือการไม่สนองตอบ ต่อความต้องการของอีก ฝ่ายหนึ่ง จะต้องมีทั้งผู้ได้และผู้เสียอันจะทำให้ผลลัพธ์รวมเท่ากับศูนย์การ คิดเช่นนี้ จะทำให้ผู้คิดยึดมั่นกับจุดยืนของตนเองมากจนเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิด ความแข็งตัว ไม่มีความยืดหยุ่น อันจะเป็นอุปสรรค สำคัญต่อการจัดการกับ ความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ อ้างอิง = Fisher et al, 1991; Folger et al, 2001; Isenhart & Spangle, 2000; Miall et al, 2000


การยอมตาม ??? = Accommodation การวินิจฉัยชี้ขาด = Adjudication กฎหมายที่กำหนดถึงการใช้การแก้ปัญหาข้อพิพาททางเลือกในการบริหารจัด การของสหรัฐอเมริกา = Administrative Dispute Resolution Act (ADR Act) การแก้ไขข้อพิพาททางเลือก/การแก้ไขข้อพิพาทอีกทาง/ทางเลือกในการแก้ไข ข้อพิพาท = Alternative Dispute Resolution (ADR) การออกแบบระบบการประนอมในชั้นศาล (ศัพท์เฉพาะทางกระบวนการทาง กฎหมาย) = ADR Systems Design การไกล่เกลี่ยประนีประนอมในศาลชั้นสูง (ศาลอุทธรณ์หรือฎีกา)/การประนอม ในศาลชั้นสูง = Appellate ADR การแก้ไขข้อพิพาทที่เหมาะสมการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทโดยวิธีการที่เหมาะสม = Appropriate Dispute Resolution การให้คำแนะนำ ปรึกษาทางกฎหมาย ผู้ที่สนับสนุนจุดยืนของผู้พิพากษา/ ที่ปรึกษาการไกล่เกลี่ย (ในกระบวนการทางกฎหมาย) การให้คำแนะนำด้าน อื่นๆ; การเกื้อหนุนในเรื่องต่างๆ การช่วยเหลือแนะนำความหมายอื่นๆ คือการ ผลักดัน/การเรียกร้องความเป็นธรรม/การช่วย เหลือแนะนำ = Advocacy การขอโทษ = Apology การอนุญาโตตุลาการ/ การตัดสินโดยคนกลาง = Arbitration การโต้เถียง = Argument การลดอาวุธ = Arms Reduction การควบคุมอาวุธ = Arms Regulation การยืนยัน = Assertive การบีบบังคับ = Coercion การอยู่ร่วมกัน = Coexistence การร่วมมือกัน = Collaboration การแก้ปัญหาโดยร่วมมือกัน = Collaborative Problem Solving การยอมตาม = Accommodation การวินิจฉัยชี้ขาด = Adjudication กฎหมายที่กำหนดถึงการใช้การแก้ปัญหาข้อพิพาททางเลือกในการบริหารจัด การของสหรัฐอเมริกา = Administrative Dispute Resolution Act (ADR Act) การแก้ไขข้อพิพาททางเลือก/การแก้ไขข้อพิพาทอีกทาง/ทางเลือกในการแก้ไข ข้อพิพาท = Alternative Dispute Resolution (ADR) การออกแบบระบบการประนอมในชั้นศาล (ศัพท์เฉพาะทางกระบวนการทางกฎหมาย) = ADR Systems Design การไกล่เกลี่ยประนีประนอมในศาลชั้นสูง (ศาลอุทธรณ์หรือฎีกา)/การประนอม ในศาลชั้นสูง = Appellate ADR การแก้ไขข้อพิพาทที่เหมาะสมการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทโดยวิธีการที่เหมาะสม = Appropriate Dispute Resolution การให้คำแนะนำ ปรึกษาทางกฎหมาย ผู้ที่สนับสนุนจุดยืนของผู้พิพากษา/ ที่ปรึกษาการไกล่เกลี่ย (ในกระบวนการทางกฎหมาย) การให้คำ แนะนำด้าน อื่นๆ; การเกื้อหนุนในเรื่องต่างๆ การช่วยเหลือแนะนำ ความหมายอื่นๆ คือการ ผลักดัน/การเรียกร้องความเป็นธรรม/การช่วย เหลือแนะนำ = Advocacy การขอโทษ = Apology การอนุญาโตตุลาการ/ การตัดสินโดยคนกลาง = Arbitration การโต้เถียง = Argument การลดอาวุธ = Arms Reduction การควบคุมอาวุธ = Arms Regulation การยืนยัน = Assertive การบีบบังคับ = Coercion การอยู่ร่วมกัน = Coexistence การร่วมมือกัน = Collaboration การแก้ปัญหาโดยร่วมมือกัน = Collaborative Problem Solving

การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาล/การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทหลังฟ้องการไกล่เกลี่ย ตามคำสั่งศาล = Court-Annexed Mediation, Court Ordered Mediation, Court-Connected (or court affiliated) การโต้แย้ง/ การถกเถียง = Debate การผ่อนคลายความตึงเครียด = Détente De’tente การหดตัวของความขัดแย้ง/การคลายตัว/การลดระดับ = De-escalation การปฏิเสธความเป็นมนุษย์/การลดทอนความเป็นมนุษย์/การลดค่าความเป็น มนุษย์ = Dehumanization Worst Alternative to a Negotiated Agreement (WATNA) การปิดล้อม = Blockade การประชุมนอกรอบ/การแยกประชุม/การประชุมฝ่ายเดียว = Caucuses การสานเสวนาประชาคม/ การหารือร่วมกันกับประชาชน/การจัดประชาเสวนา/ การเสวนาของพลเมือง = Citizens Dialogue การให้คำปรึกษา = Consultation การออกแบบระบบการจัดการข้อพิพาท = Dispute Systems Design การต่อรองเชิงแบ่งสรร = Distributive Bargaining การร่วมมือกัน/การรวมพันธมิตร = Coalition การป้องปราม = Deterrence การชักชวนมาสู่โต๊ะเจรจา/การนัดประชุม = Convening การทำแผนที่ความขัดแย้ง = Conflict Mapping การแปลงสภาพความขัดแย้ง/การปริวรรตความขัดแย้ง = Conflict Transformation การแก้ไขข้อพิพาท = Dispute Resolution การเตือนภัยล่วงหน้า = Early Warning การเข้าถึงใจ/การเข้าอกเข้าใจ/ การมีอารมณ์ร่วม = Empathy การเสริมพลัง = Empowerment การต่อรองบนพื้นฐานของอำนาจ = Exchange Power การวิเคราะห์ปัญหาข้อพิพาทเบื้องต้น/การไต่สวนทางบริหาร = Executive Hearing (also known as mini-trial or executive tribunal การให้ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ/การกำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญ = Expert Determination การฉีกหน้า = Face-Attacking การให้เกียรติ/ การแสดงความชื่นชม = Face-Honoring การเสียหน้า = Face-Loss การกู้หน้า = Face-Restoring การค้นหาข้อเท็จจริง = Fact-Finding การวางกรอบให้แคบลง (ให้ดู framing) = Focusing การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยศาล/การประชุมเพื่อยุติปัญหาโดยผู้ดำเนินการ ประชุม = Moderated Settlement Conference การบังคับ = Force การให้อภัย/อภัยวิถี (อ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์) = Forgiveness การต่อสู้คดีในศาล = Litigation การถ้อยทีถ้อยยอม/การผลัดกันยอม = Logrolling การวิเคราะห์ประเด็น = Issue Analysis การวางกรอบ = Framing กระบวนการร้องทุกข์ = Grievance Procedure การต่อรองบนฐานผลประโยชน์/ความพึงพอใจของทุกฝ่าย/การต่อรองโดยเน้น ผลประโยชน์ร่วมกัน = Interest-based Bargaining การไกล่เกลี่ยโดยศาล/การประชุมเพื่อยุติปัญหาโดยผู้พิพากษา = Judge- Hosted Settlement Conferences การเจรจาบนฐานผลประโยชน์/การเจรจาโดยยึดประโยชน์ร่วม/การเจรจาโดย เน้นผลประโยชน์ร่วมกัน = Interest-based Negotiation การจัดทำข้อตกลงพื้นฐาน = Ground Rules การไม่เข้าข้างฝ่ายใด/การไม่ฝักใฝ่ = Impartiality การร่วมมือกันของจำเลย (ผู้ถูกกล่าวหา)ในการต่อสู้คดี/การสู้คดีที่ประสาน หลายฝ่าย = Multi-Party Coordinated Defense การแก้ไขความขัดแย้งหลายทาง = Multitrack Conflict Resolution การทำลายอย่างเบ็ดเสร็จ/ความหายนะร่วมกันอย่างแน่นอน = Mutually Assured Destruction (MAD) การผสมผสานกระบวนการไกล่เกลี่ยและอนุญาโตตุลาการ = Med-Arb (Mediation-Arbitration) การไกล่เกลี่ยคนกลาง/การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท = Mediation การวิเคราะห์คดีโดยทนายความ (การตั้งนักกฎหมายให้วิเคราะห์ผลของคดี) / การประเมินคดี = (“Michigan Mediation”) Case Valuation การแบ่งแยก = Segregation การให้ประโยชน์ = Rendering of Benefits การชดใช้/การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน = Restitution การสร้างสันติภาพ = Peacebuilding การแลกเปลี่ยนอย่างทัดเทียม = Reciprocity การแสดงว่าเห็นคุณค่า/การยอมรับ = Recognition การพยากรณ์ที่ย้ำความเชื่อของตน = Self-Fulfilling Prophecy การเจรจาแบบไปกลับ/การทูตแบบแวะเวียน = Shuttle Diplomacy การจัดประเภททางสังคม = Social Categorization การต่อรองแบบนุ่มนวล = Soft Bargaining การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย = Stakeholder Analysis การคืนดี/การปรองดอง = Reconciliation การปรับเปลี่ยนกรอบ = Reframing การรักษาสันติภาพ = Peacekeeping การก่อสันติภาพ = Peacemaking การรับรู้ = Perception การร่วมมือกันของจำเลย (ผู้ถูกกล่าวหา)ในการต่อสู้คดี/การสู้คดีที่ประสาน หลายฝ่าย = Multi-Party Coordinated Defense การแก้ไขความขัดแย้งหลายทาง = Multitrack Conflict Resolution การทำลายอย่างเบ็ดเสร็จ/ความหายนะร่วมกันอย่างแน่นอน = Mutually Assured Destruction (MAD) การผสมผสานกระบวนการไกล่เกลี่ยและอนุญาโตตุลาการ = Med-Arb (Mediation-Arbitration) การไกล่เกลี่ยคนกลาง/การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท = Mediation การวิเคราะห์คดีโดยทนายความ (การตั้งนักกฎหมายให้วิเคราะห์ผลของคดี) / การประเมินคดี = (“Michigan Mediation”) Case Valuation การแบ่งแยก = Segregation การให้ประโยชน์ = Rendering of Benefits การชดใช้/การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน = Restitution การสร้างสันติภาพ = Peacebuilding การแลกเปลี่ยนอย่างทัดเทียม = Reciprocity การแสดงว่าเห็นคุณค่า/การยอมรับ = Recognition การพยากรณ์ที่ย้ำความเชื่อของตน = Self-Fulfilling Prophecy การเจรจาแบบไปกลับ/การทูตแบบแวะเวียน = Shuttle Diplomacy การจัดประเภททางสังคม = Social Categorization การต่อรองแบบนุ่มนวล = Soft Bargaining การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย = Stakeholder Analysis การคืนดี/การปรองดอง = Reconciliation การปรับเปลี่ยนกรอบ = Reframing การรักษาสันติภาพ = Peacekeeping การก่อสันติภาพ = Peacemaking การรับรู้ = Perception การพิจารณาคดีควบคู่ไปกับการไกล่เกลี่ย/วิธีคู่ขนาน = Two Track Approach การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการแก้ปัญหา = Problem Solving Workshop การไกล่เกลี่ยเชิงแก้ไขปัญหา = Problem-Solving Mediation การเจรจาบนจุดยืน/การเจรจาโดยยึดจุดยืน/การเจรจาโดยเน้นจุดยืน = Positional-based Negotiation การไกล่เกลี่ยเพื่อแปลงสภาพความขัดแย้ง = Transformative Mediation การกล่าวโจมตี = Verbal Attack การหารือสาธารณะ = Public Consultation การรับฟังสาธารณะ/การประชาพิจารณ์ = Public Hearing การเห็นใจ/การเห็นอกเห็นใจ = Sympathy การเจรจาอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้นำ/การประชุมตั้งสติ = Retreat การแก้แค้น/การตอบโต้อย่างสาสม = Retribution การไกล่เกลี่ยอีกรูปแบบหนึ่ง/การประชุมเพื่อยุติปัญหาอย่างเป็นระบบ = Structured Settlement Conference การก่อการร้าย = Terrorism การทูตเชิงป้องกัน = Preventive Diplomacy การช่วยกำกับกระบวนการกลุ่ม/การอำนวยการกลุ่ม/การดำเนินกระบวนการ /การช่วยกระบวนการ = Facilitation การพิจารณาคดีอย่างย่อ = Mini trial การให้คำปรึกษา = Consultation การพิจารณาข้อพิพาทเบื้องต้น การประเมินผลลัพย์ที่อาจเกิดขึ้นจากข้อ พิพาทหากนำไปขึ้นศาล(วิธีการประเมินข้อขัดแย้ง/คดีเบื้องต้น)/ การประเมิน อย่างเป็นกลางล่วงหน้า = Early Neutral Evaluation (ENE) การติดกับ = Entrapment การประชุมก่อนวันนัดพิจารณาของศาล/การไต่สวนมูลฟ้อง/การไต่สวนเบื้องต้น = Pre Hearing Review/Pre Trial Review การแลกเปลี่ยนอย่างทัดเทียม = Reciprocity กลุ่มผลประโยชน์ = Interest Groups ข้อตกลงที่ไม่ควรเปิดเผย/ความลับ/ข้อตกลงรักษาความลับ = Confidentiality Agreement ข้อผูกพัน/ผูกมัด/มีผลบังคับ/ผูกนิติสัมพันธ์ = Binding ข้อพิพาท = Dispute เขตอำนาจศาลในการพิจารณา/ เขตอำนาจในการดำเนินการ = Jurisdiction ข้อกำหนดในสัญญาในวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยการไกล่เกลี่ย/ข้อสัญญา ประนอมในชั้นศาลก่อนการพิจารณา = Predispute ADR Contract Clause ความเป็นกลาง = Neutrality ความขัดแย้ง = Conflict ความรุนแรงทางวัฒนธรรม = Cultural Violence ความไว้วางใจที่คำนึงถึงผลเสีย = Deterence-based Trust ความรุนแรงทางตรง = Direct Violence คู่พิพาท = Disputants ความยุติธรรมเชิงแบ่งปัน = Distributive Justice ความขัดแย้งเพื่อครอบงำ/ความขัดแย้งที่ช่วงชิงอำนาจเหนือ/ความขัดแย้งจาก ช่องว่างอำนาจสังคม = Domination conflict คณะกรรมการพิจารณาข้อพิพาทเบื้องต้น (คณะกรรมการไกล่เกลี่ยที่ถูกจัด ตั้งขึ้นของหน่วยงาน) = Dispute Review Panel/Board ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ = Ethnic Conflict คณะกรรมการค้นหาข้อเท็จจริง = Fact Finding Expert/Committee ความไว้วางใจที่อิงอัตลักษณ์ (ความไว้วางใจที่เกิดจากพวกเดียวกัน) = Identification-based Trust ความขัดแย้งทางอัตลักษณ์ = Identity Conflict ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ = Ideology Conflict ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ/ความขัดแย้งเรื้อรัง = Intractable Conflict

ความขัดแย้งภายในกลุ่ม = Intragroup Conflict ความขัดแย้งภายในจิตใจ = Intrapersonal Conflict ความยุติธรรม = Justice ความขัดแย้งทางศาสนา = Religious Conflict ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์/ ความยุติธรรมเชิงฟื้นฟู = Restorative Justice ความยุติธรรมเชิงชดใช้ = Retributive Justice ความขัดแย้งแฝง = Latent Conflict ความไว้วางใจที่เกิดจากการคำนวณผลได้ผลเสีย = Calculus-based Trust ความไว้วางใจ (Distrust= ความไม่ไว้วางใจ) = Trust ค่านิยม = Value ความขัดแย้งทางค่านิยม = Value Conflict ความชอบธรรม = Legitimacy คณะกรรมการไตรภาคี (นายจ้าง ลูกจ้าง และบุคคลที่สาม)/การชำระคดีทาง บริหาร = Mini-trial or Executive Tribunal ความรุนแรงทางโครงสร้าง = Structural Violence ความรุนแรง = Violence ความขัดแย้งสมมาตร = Symmetric Conflict ความขัดแย้งไม่สมมาตร = Asynmetric Conflict ความขัดแย้งรุนแรง/ความขัดแย้งที่มีการใช้กำลัง = Violent/Deadly Conflict ความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม = Intergroup Conflict ความขัดแย้งระหว่างบุคคล = Interpersonal Conflict ความชัดแย้งที่ติดอาวุธ = Armed Conflict ความผิดพลาดในการให้เหตุผล = Attribution Error คำกล่าวเปิดการเจรจา/ปฐมกถา = Opening Statement ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์/ความจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์ = Basic Human Needs คู่ความ (วิแพ่ง ม.1)/ภาษี/คู่กรณี = Parties ความยุติธรรมตามวิธีพิจารณา = Procedural Justice ความมั่นคงร่วมกัน = Collaborative Problem Solving จุดยืน = Position จุดร่วม/พื้นฐานความเห็นที่พ้องกัน = Common Ground ฉันทามติ = Consensus ดู Collaboration = Partnership ทักษะการเปิดเผยตนเอง = Disclosure Skills ทักษะการฟังอย่างตั้งใจ/ทักษะการฟังด้วยใจ = Active Listening Skills ทฤษฎีธรรมสงคราม = Just War Theory ทัศนคติ/เจตคติ = Attitude ทางออกเชิงประสาน = Integrative Solution ทางเลือกที่แย่ที่สุดแทนการเจรจา/วิถีทางอื่นที่ดีน้อยที่สุดแทนการเจรจา = Worst Alternative to a Negotiated Agreement (WATNA) ทางเลือกในการบริหารงานคดี/การประนอมคดีที่มีหลายทางเลือก = Multidoor Courthouse or Multi-Option ADR ทางเลือกที่ดีที่สุดแทนการหาข้อตกลงจากการเจรจาไกล่เกลี่ย (ทดตก) / วิธีทางอื่นที่ดีที่สุดแทนการเจรจาไกล่เกลี่ยตกลง (ทดกต) = Best Alternative to a Negotiated Agreement (BATNA) ทัศนคติตายตัว/ภาพพจน์แบบเหมารวมตายตัว = Stereotype นักผลักดัน/ผู้เรียกร้องความเป็นธรรม/ผู้ช่วยเหลือแนะนำ = Advocate บริบททางการเมือง = Political Context บุคคลที่สาม/ภาคีที่สาม = Third Party ปฏิบัติการไร้ความรุนแรง = Nonviolent Action ปัญหาทับซ้อน = Overlay Problems ประเด็น = Issue เป้าหมายยิ่งยวด = Superordinate Goal ประเด็นหลัก = Core Issues

ผู้ช่วยกำกับกระบวนการกลุ่ม/ผู้ช่วยกระบวนการ/ผู้ดำเนินกระบวนการ = Faciliator ผู้เชี่ยวชาญผู้ช่วยพิจารณาข้อพิพาทเบื้องต้น/ผู้ประเมินอย่างเป็นกลางล่วงหน้า = Early Neutral Evaluator (ENE) ผลประโยชน์ที่เข้ากันไม่ได้ = Incompatible Interests ผลประโยชน์/ความสนใจ/ความต้องการ = Interest ผลประโยชย์ทับซ้อน = ความขัดแย้งระหว่างอำนาจหน้าที่กับผลประโยชน์ ส่วนตน = Conflict of Interest ผู้พิจารณาเรื่องร้องทุกข์/ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา = Ombudsman ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/ผู้มีส่วนได้เสีย = Stakeholders ผู้หลักผู้ใหญ่ (เจ้าโคตรในวัฒนธรรมอีสาน) = Wise men (or women) ผู้ปฏิบัติ/นักปฏิบัติ = Practitioners ผู้ไกล่เกลี่ย/ผู้รู้ข้อปกปิด/คนกลางผู้รู้ความลับ (เงื่อนไข) ที่อาจนำ ไปสู่ ข้อ ตกลง/ผู้ฟังที่รักษาความลับ = Confidential Listener พลวัตของความขัดแย้ง = Conflict Dynamics ภาษาท่าทาง = Nonverbal Communication ภาวะสุกงอม = Ripeness ภาวะชะงักงัน/ทางตัน = Stalemate ภาพลักษณ์ศัตรู = Enemy Image ภาษาพูด = Verbal Communication มายาคติ = Myth มุมมองปรปักษ์/วิถีทางปรปักษ์/กระบวนการเผชิญหน้า = Adversarial Approach รูปแบบ/ลักษณะการจัดการกับความขัดแย้ง = Conflict Styles ระบบพันธมิตร = Alliance ไร้ความอดทน/ไร้ขันติธรรม/การแสดงออกเนื่องมากจากการไม่พยายาม ทำความเข้าใจ = Intolerance ระเบียบปฏิบัติตามข้อตกลง/จรรยาบรรณ = Code of Conduct วิกฤตการณ์ = Crisis วัฒนธรรมสงคราม = Culture of War วิธีการทางการทูต = Diplomacy วันนัดชี้สองสถานของศาล = Preliminary Meeting สันติภาพ/สันติสุข = Peace สันติวิธี/ความไร้ความรุนแรง = Nonviolence สันติยุติธรรม = Justpeace สานเสวนา/ ศานติ์เสวนา = Dialogue สันติวัฒนธรรม = Culture of Peace สถานการณ์แพ้-แพ้ = Lose-Lose Situation สันติภายใน/ ศานติภายใน = Inner Peace สันติภาพเชิงลบ = Negative Peace สันติภาพเชิงบวก = Positive Peace สันติวิธีเชิงปฏิบัตินิยม = Pragmatic Nonviolence สัตยาเคราะห์ = Satyagraha สันติวิธีเชิงจริยธรรม = Principled Nonviolence สัญญาอนุญาโตลาการ/ข้อสัญญาโตตุลาการ (พรบ.อนุญาฯม. 11) = Arbitration Agreement of Arbitration Clause สนธิสัญญา = Treaty สถานการณ์ชนะ-แพ้ = Win-Lose Situation สถานการณ์ชนะ-ชนะ = Win-Win Situation หลายทางเลือก = Multidoor หน้าตา = Face เหตุผลสาธารณะ = Public Reason อคติ = Prejudice อหิงสา = Ahimsa อำนาจคุกคาม = Threat Power อำนาจ = Power อารยะขัดขืน/การดื้อแพ่งของพลเรือน = Civil Disobdience อาสาสมัครไกล่เกลี่ย = Volunteer Community Mediator องก์กรพัฒนาเอกชน (องค์การเอกชน) = Non-Governmental Organization (NGO) อนุญาโตตุลการ/ผู้ชี้ขาด/คนกลาง/คณะอนุญาโตตุลาการ(พรบ. อนุญาฯม. 5 , 14) = Arbitrator อำนาจประสาน = Intergrative Power อัตลักษณ์/เอกลักษณ์ = Identity References 1 Abu-Nimer, M. (1999). Dialogue, Conflict Resolution, and Change: Arab-Jewish Encounters in Israel. Albany, NY: State University of New York Press. 2 Abu-Nimer, M. (Ed.). (2001). Reconciliation, Justice, and Coexistence. Lanham, MD: Lexington Books. 3 Ackerman, P. and C. Kruegler. (1994). Strategic Nonviolent Conflict: The Dynamics of People in the Twentieth Century. Westport, CT: Praeger. 4 Annan, K.A. (1999). The Question of Intervention. New York: United Nations Department of Public Information. 5 Bondurant, J.V. (1969). Conquest of Violence: The Gandhian Philosophy of Conflict. Berkeley, CA: University of California Press. 6 Boulding, K. (1989). Three Faces of Power. Newbury Park, CA: Sage. 7 Boutros-Ghali, B. (1992). Agenda for Peace: Preventive Diplomacy, Peacemaking, and Peacekeeping. New York: United Nations. 8 Burgess, H. and G.M. Burgess (1997). Encyclopedia of Conflict Resolution. Santa Barbara, CA: ABC-CLIO. 9 Burrowes, R.J. (1996). The Strategy of Nonviolent Defense: A Gandhian Approach. Albany, NY: State University of New York Press. 10 Burton, J. (1990). Conflict: Resolution and Provention. New York: St. Martin’s Press. 11 Bush, R.A.B. (1996). Dispute Resolution. In J.A. Vasquez, J.T. Johnson, S. Jaffe, and L. Stamato (Eds.), Beyond Confrontation: Learning Conflict Resolution in the Post-Cold War Era (pp. 9-38). Ann Arbor: University of Michigan Press. 12 Bush, R.A.B., and J.P. Folger. (1994). The Promise of Mediation. SanFrancisco, CA: Jossey-Bass. 13 Chaiwat Satha-Anand and M. True (Eds.). (1998). The Frontiers of Nonviolence. IPRA’s Nonviolence Commission. 14 Crocker, C.A. (1996). The varieties of intervention. In C.A. Crocker and F.O.Hampson with P.Aall (Eds.), Managing Global Chaos. Washington, DC: United States Institute of Peace Press. 15 Diamond, L. (2001). The Peace Book: 108 Simple Ways to Create a More Peaceful World. Berkeley, CA: Conari Press. 16 Estrada-Hollenbeck, M. (2001). The attainment of justice through restoration, not litigation: the subjective road to reconciliation. In M. Abu-Nimer (Ed.), Reconciliation, Justice, and Coexistence. Lanham, MD: Lexington Books. 17 Evans, G. and J. Newnham (1998). The Penguin Dictionary of International Relations. London: Penguin Books. 18 Fisher, R., Kopleman, E., and A.K. Schneider. (1994). Beyond Machiavelli: Tool for Coping with Conflict. Cambridge, MA: Harvard University Press. 19 Fisher, R., Ury, W., and B. Patton. (1991). Getting to Yes: Negotiating Agreement Without Giving In (2nd ed.). New York: Penguin Books. 20 Fisher, R.J. (1997). Interactive Conflict Resolution. Syracuse, NY: Syracuse University Press. 21 Fisher, R.J. (2001). Methods of Third-Party Intervention. Available from www.berghof-center.org. Accessed 1 October 2003. 22 Folger, J.P., Marshall, Scott P., and R.K. Stutman. (2001). Working through Conflict: Strategies for Relationships, Groups, and Organizations (4th ed.). New York: Addision Wesley Longman. 23 Galtung, J. (1996). Peace by Peaceful Means: Peace and Conflict, Development and Civilization. Thousand Oaks, CA: Sage. 24 Galtung, J. (2001). After violence, reconstruction, reconciliation, and resolution. In M. Abu-Nimer (Ed.), Reconciliation, Justice, and Coexistence. Lanham, MD: Lexington Books. 25 Gandhi, M.K. (1968). The Selected Works of Mahatma Gandhi. Ahmedabad, India: Navajivan Publishing House. 26 Gurr, T.R. (2000). Peoples Versus States: Minorities at Risk in the New Century. Washington, DC: United States Institute of Peace Press. 27 Hammer, M. R. (2001). Conflict negotiation under crisis conditions. In W. Eadie (Ed.), The Language of Conflict and Resolution. Thousand Oaks, CA: Sage. 28 Hudson, J. and B. Galaway. (1996). Restorative justice and international human rights. In B. Galaway and J. Hudson (Eds.), Restorative Justice: International Perspectives. Monsey, NY: Criminal Justice Press. 29 Isenhart, M.W., and M. Spangle. (2000). Collaborative Approaches to Resolving Conflict. Thousand Oaks, CA: Sage. 30 Kelman, H.C. (1996). The interactive problem-solving approach. In C.A. Crocker and F.O.Hampson with P.Aall (Eds.), Managing Global Chaos. Washington, DC: United States Institute of Peace Press. 31 Kriesberg, L. (1998). Constructive Conflicts: From Escalation to Resolution. Lanham, MD: Rowman & Littlefield. 32 Kriesberg, L. (2002). Intractable conflicts. In E. Weiner (Ed.), The Handbook of Interethnic Coexistence. New York: Continuum Publishing. 33 Kriesberg, L. and S.J. Thorson. (1991). Timing the de-escalation of international conflicts. In H.H. Alonso, C. Chatfield, and L. Kriesberg (Eds.), Syracuse Studies on Peace and Conflict Resolution. Syracuse, NY: Syracuse University Press. 34 Laue, J. and G. Cormick. (1978). The ethics of intervention in community disputes. In G.Bermant, H.C.Kelman, and D.P.Warwick (Eds.), The Ethics of Social Intervention. Washington, DC: Halsted Press. 35 Lebow, R.N. (1996). The Art of Bargaining. Baltimore, MD: John Hopkins University Press. 36 Lederach, J.P. (1997). Building Peace: Sustainable Reconciliation in Divided Societies. Washington, DC: United States Institute of Peace Press. 37 Lewicki, R.J., Saunders, D.M., and J.W. Minton. (2001). Essentials of Negotiation (2nd ed.). New York: McGraw-Hill. 38 Miall, H., Ramsbotham, O., and T. Woodhouse. (2000). Contemporary Conflict Resolution. Malden, MA: Polity Press. 39 Montville, J.V. (2001). Justice and the burdens of history. In M. Abu-Nimer (Ed.), Reconciliation, Justice, and Coexistence. Lanham, MD: Lexington Books. 40 Moore, Christopher W. The Mediation Process 3 ded. Jossey-Bass Ailey Imprint: San Francisco, CA , 2003 41 Northrup, T.A. (1989). Dynamic of identity. In L. Kriesberg, T.A. Northrup, and S.J. Thorson (Eds.), Intractable Conflicts and Their Transformation. Syracuse, NY: Syracuse University Press. 42 Patfoort, P. (1995). Uprooting Violence: Building Nonviolence: From Nonviolent Upbringing to a Nonviolent Society. Freeport, ME: Cobblesmith. 43 Rothman, J. (1997). Resolving Identity-Based Conflict. San Francisco, CA: Jossey-Bass. 44 Rubin, J.Z., Pruitt, D.G., and S.H. Kim. (1996). Social Conflict: Escalation, Stalemate, and Settlement (2nd ed.). New York: McGraw-Hill. 45 Said, A.A., Funk, N.C., and A.S. Kadayifci (Eds.). (2001). Peace and Conflict34 Laue, J. and G. Cormick. (1978). The ethics of intervention in community disputes. In G.Bermant, H.C.Kelman, and D.P.Warwick (Eds.), The Ethics of Social Intervention. Washington, DC: Halsted Press. 35 Lebow, R.N. (1996). The Art of Bargaining. Baltimore, MD: John Hopkins University Press. 36 Lederach, J.P. (1997). Building Peace: Sustainable Reconciliation in Divided Societies. Washington, DC: United States Institute of Peace Press. 37 Lewicki, R.J., Saunders, D.M., and J.W. Minton. (2001). Essentials of Negotiation (2nd ed.). New York: McGraw-Hill. 38 Miall, H., Ramsbotham, O., and T. Woodhouse. (2000). Contemporary Conflict Resolution. Malden, MA: Polity Press. 39 Montville, J.V. (2001). Justice and the burdens of history. In M. Abu-Nimer (Ed.), Reconciliation, Justice, and Coexistence. Lanham, MD: Lexington Books. 40 Moore, Christopher W. The Mediation Process 3 ded. Jossey-Bass Awiley Imprint: San Francisco, CA , 2003 41 Northrup, T.A. (1989). Dynamic of identity. In L. Kriesberg, T.A. Northrup, and S.J. Thorson (Eds.), Intractable Conflicts and Their Transformation. Syracuse, NY: Syracuse University Press. 42 Patfoort, P. (1995). Uprooting Violence: Building Nonviolence: From Nonviolent Upbringing to a Nonviolent Society. Freeport, ME: Cobblesmith. 43 Rothman, J. (1997). Resolving Identity-Based Conflict. San Francisco, CA: Jossey-Bass. 44 Rubin, J.Z., Pruitt, D.G., and S.H. Kim. (1996). Social Conflict: Escalation, Stalemate, and Settlement (2nd ed.). New York: McGraw-Hill. 45 Said, A.A., Funk, N.C., and A.S. Kadayifci (Eds.). (2001). Peace and Conflict57 ชัยวัฒน์ ค้ำชู. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , ให้ข้อเสนอแนะ , 2547 58ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม. ประธานกรรมการศูนย์สันติวิธีและธรรมาธิบาล สถาบันพระปกเกล้า. ให้ข้อเสนอแนะ, 2547 59 มรรค ตามไท, กรรมการศูนย์สันตวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า, ให้ข้อเสนอแนะ 2547 60 วันชัย วัฒนศัพท์. ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี และธรรมาภิบาล. ให้ข้อเสนอแนะ, 2547 61 วิลเลี่ยม ยูริ(2544) , เอาชนะคำว่า “ไม่” ใช่เรื่องยาก. แปลและเรียบเรียงโดย ศ.นพ. วันชัย วัฒนศัพท์. กรุงเทพฯ : สถาบันพระปกเกล้า 62 ศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์. นักวิชาการประจำศูนย์สันติวิธีและธรรมภิบาล สถาบันประปกเกล้า, ให้ข้อเสนอแนะ, 2547 63 อุษามาศ เสียมภักดี. อาจารย์ประจำภาครัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ให้ข้อเสนอแนะ, 2547

เครื่องมือส่วนตัว